ทำไปเพื่ออะไร..?

ทำไปเพื่ออะไร
ค้นหาข้อคิดดีๆ ที่อาจเป็นคำตอบ
เเชร์ (Share)

ทำไปเพื่ออะไร เหนื่อยเกินไปไหม

และแล้วก็มาถึงวันนึงกับคำถามที่ว่า ทำไปเพื่ออะไร เหนื่อยไปไหม ทำไปทำไม เราลองมาดูคำตอบกันครับ อาจจะได้ข้อคิดดีๆ ที่เป็นคำตอบ ของคำถามที่มาจากหลายๆ คน

ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ..มาจากความคาดหวัง เป้าหมาย หรือสิ่งตอบแทนที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้น จากความพยายามและความตั้งใจของเรา ซึ่งบางครั้งก็สำเร็จ บางครั้งก็ไม่สำเร็จ หรือสำเร็จบ้างแต่ยังไม่ได้ดั่งใจ เนื่องจากมีทั้งปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ และปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งคือปัจจัยภายนอก เช่น ผู้คน สถานการณ์ และสภาพแวดล้อมอื่นๆ  เราลองมาคิดใหม่ทำใหม่ ด้วยการทำและมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำเพราะมันคือรางวัลในตัวมันเอง นั่นคือ.. เรากลายเป็นเป้าหมายของตัวเราเอง ซึ่งเป็นปัจจัยภายในที่อยู่กับตัวเราและสามารถควบคุมได้

ทำไปทำไมเหนื่อยไปไหม
ทำไปทำไม เหนื่อยไปไหม

สิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่

ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดก็คือโทรศัพท์อย่าง iPhone นั่นเองครับ Steve Jobs ใส่ใจกับทุกรายละเอียด เล็กๆ น้อยๆ กับผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ การใช้งานที่ง่าย รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย เกิดจากความสุข ความตั้งใจ ของตัว Steve เอง เค้าทำเพื่อตอบความต้องการของตัวเอง คือความสมบูรณ์แบบ ความดีเลิศ และความงดงามของ iPhone แม้แต่สิ่งที่ไม่เคยมีใครให้ความสนใจ เช่นการออกแบบแผงวงจรหรือชิ้นส่วนต่างๆ ด้านในตัวเครื่อง แต่ Steve กลับให้ความสนใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด รวมถึงความเป็นระเบียบในการจัดวางชิ้นส่วนเหล่านั้น ต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ทั่วไป ที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งเหล่านั้นมากนัก เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้มองไม่เห็นก็แค่เพียงทำให้มันใช้งานได้ก็พอแล้ว

เป็นความโชคดีของ Apple ที่ Steve Jobs ไม่ใช่คนแบบนั้น เค้าทำจน iPhone น่าจะใช้คำว่า Perfect ได้ในแต่ละช่วงของสถานการณ์ที่มีข้อจำกัด ยังไม่รวมถึงการเปิดตัวแต่ละครั้ง ที่เค้าสามารถถ่ายทอดความตั้งใจส่วนตัวผ่านนวัตกรรมของ Apple สู่สายตาชาวโลก และนั่นก็ทำให้เกิดสาวก Apple ขึ้นมากมายบนโลกใบนี้ Steve Jobs เริ่มจากตัวเอง ความสุขของตัวเอง ความตั้งใจกับตัวเอง ซึ่งเป็นปัจจัยภายในครับ..!

สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้น

มาเริ่มกันที่ความเชื่อใจ ..ให้เชื่อใจตัวเราเองเป็นหลักก่อน เมื่อเราเชื่อใจในตัวเราเองมากพอ มันจะยังผลมายังการกระทำของเรา และการกระทำ แบบซ้ำๆ สม่ำเสมอ ที่เกิดจากความเชื่อใจจะไม่สามารถสกัดกั้นสิ่งดีๆ ที่ได้จากการกระทำให้แผ่ขยายออกไปจนรับรู้ถึงผู้อื่นได้ ผู้อื่นที่ว่าจะมีด้วยกันสามแบบ แบบแรก ไม่ชอบในสิ่งที่เราทำ แบบที่สอง เฉยๆกับสิ่งที่เราทำ แบบที่สาม ชื่นชมและยินดีกับสิ่งที่เราทำ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของเราที่ต้องไปข้องเกี่ยว หน้าที่ของเราคือ ใส่ใจและสนใจกับสิ่งที่เราทำและมีความสุขที่ได้ทำ ทำมันให้ดีที่สุด ด้วยความเชื่อใจและไว้ใจในตัวเอง

มัสก์เมลอน ผลิตผลชั้นเเลิศของความเชื่อในสิ่งที่ทำ มัสก์เมลอน ซึ่งเป็นที่สุดของเมลอนของญี่ปุ่น คือบางคนที่เคยได้ลิ้มลองจะพูดว่าที่สุดของโลกเลยก็มี สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น มาจากความใส่ใจ ความตั้งใจ และความสุขของผู้ลงมือทำที่อยากทำสิ่งที่ดีที่สุด เขาเริ่มจากตัวเอง เป้าหมายคือการตอบความต้องการของตัวเขาเองเพราะมัสก์เมลอนเกิดจากการที่ผู้ปลูกนั้นทุ่มเททำอย่างถึงที่สุด ในแง่ธุรกิจอาจจะดูแปลกๆ และไม่เข้ากับหลักการทำธุรกิจที่เน้น Yield หรือความคุ้มค่าต่อหนึ่งหน่วยทรัพยากร เพราะเจ้าของฟาร์มมัสก์เมลอนนั้นทุ่มเทถึงขนาดที่ว่า ให้หนึ่งต้นมีผลเมลอนแค่หนึ่งลูก ภายใต้ ..ความเชื่อ..ที่ว่า ถ้าหนึ่งต้นมีเมลอนหลายลูก จะเกิดการแบ่งและกระจายของสารอาหารออกไปยังลูกอื่นๆ ในทางกลับกัน ถ้าทั้งต้นมีแค่เมลอนมีลูกเดียว เมลอนลูกนั้นจะมีสารอาหารของทั้งต้น นอกจากนั้นก็จะได้รสชาติที่ดีและอร่อยแบบสุดๆ 

ความเชื่อ
ความเชื่อเเละคุณค่าที่มิอาจปิดบัง

คุณค่านี้เริ่มต้นที่ลูกละ 20,000 เยน หรือคร่าวๆ เป็นเงินไทยก็ประมาณ 6,000 บาท อยากให้เรามองให้ชัดว่าตรงนี้เป็นผลของการกระทำนะครับ ไม่ใช่เหตุ เหตุคือความสุข ความเชื่อใจในตัวเองและในสิ่งที่ทำของผู้ลงมือทำ คือผู้ปลูกหรือเจ้าของฟาร์ม

ทำไปเพื่ออะไร เหนื่อยเกินไปไหม  …เพื่อความสุข เพื่อความอิ่มเอมใจในสิ่งที่เราเชื่อ และคุณค่าที่มิอาจขวางกั้นจะเป็นสิ่งที่ตามมา ยิ่งได้ทำจึงยิ่งมีสุข เป็นความสุขแบบสะสมจากการลงมือทำทุกครั้งครับ

.

เป็นกำลังใจให้ครับ

-อนัตตา-

.

หนังสือ: อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>