มือถือหาย ตายเเร้น(เเล้ว)

มือถือหาย
มือถือหาย ..ตายแร้น(แล้ว) โอ้ย ทำไงดีเนี่ย
เเชร์ (Share)

มือถือหาย ตายเเร้น(เเล้ว)

..ได้ยินกันบ่อยๆ เลยครับ คำพูดสั้นๆ ด้วยสำนวนแบบนี้ เวลาที่ใครมือถือ(สมาร์ทโฟน)หาย ตอนพูดนี่เค้าจะต้องออกเสียง “ร” ให้ชัด แล้วลากยาวนิดๆ เพื่อเน้นคำสุดท้ายด้วยนะครับ  ได้ยินแล้วได้ฟีล…มาก คือรู้เลยว่าเจ้าของนี่รู้สึกยังไง

ไม่ว่าจะแค่หลงลืมวางไว้ที่ไหนแล้วหาเจอทีหลังหรือทำหายไปจริงๆ  คือพอโทรศัพท์มือถือหายนี่ เจ้าของใจหายไปด้วยเลย  เพราะทั้งรูปถ่ายที่เก็บไว้ ข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ หรือบางคนก็มีคลิ๊ปที่ชอบหรือโหลดเพลงโปรดเอาไว้ในมือถือนี่แหละครับ  นี่ยังไม่นับรวมอีเมล์และโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่สมัยนี้หลายคนก็ใช้ในการติดต่อพูดคุยผ่านทางมือถือมากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ คืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ห้าในการดำรงชีวิตกันเลยทีเดียว

ไม่เป็นไรนะครับ มือถือหาย แต่ใจไม่ต้องหายตาม มือถือหาย ต้องใจยังอยู่ครับ                   

ก่อนอื่นให้ตั้งสติแล้วจัดการกับเรื่องที่ต้องทำก่อน  ในกรณีของโทรศัพท์มือถือให้จัดการเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอันดับแรก เมื่อทราบว่าโทรศัพท์มือถือหายแล้วหาไม่เจอจริงๆ อยากให้รีบติดต่อทางผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อขอข้อแนะนำที่ถูกต้อง หรือระหว่างที่ต้องรอเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ ลองค้นหาในเซิร์จเอนจิ้น (Search Engine) ดูนะครับ เช่นลองพิมพ์คำว่า “มือถือหาย ต้องทำยังไงบ้าง” จะมีบทความที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ให้เราเลือกอ่านและปฏิบัติตามครับ

ระหว่างที่รอการติดตามมือถือกลับคืนหรือรอซื้อเครื่องใหม่ มาเปลี่ยนเรื่องเบื่อให้เป็นเรื่องบวกกันดีกว่า คือไหนๆ มันก็หายไปแล้วก็ทำใจให้สบายๆ ดีกว่า มีอะไรหลายๆ อย่างที่เป็นโอกาสและเป็นเรื่องสนุกๆ หรือท้าทายที่น่าจะได้ทำก็ตอนมือถือหายนี่ละครับ

อย่างแรกเลยระหว่างรอ อยากให้เราคิดถึงตอนที่เรายังไม่เคยมีมือถือเครื่องแรกเป็นของตัวเอง ตอนนั้นเราติดต่อพูดคุยกับคนในครอบครัว เพื่อนๆ หรือคนรอบข้างยังไงครับ ได้โอกาสแล้วครับ ที่เราจะมาใกล้ชิดกับพวกเค้าอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการพูดคุยแบบเห็นหน้าเห็นตา หัวเราะสนุกสนาน และแสดงความรู้สึกกับพวกเค้าโดยตรงแบบไม่โทรหรือไม่แชท (chat) ผ่านแอพ (application) หรือโซเชียลมีเดีย (social media)  นานๆ จะได้ทำอะไรแบบนี้ที ใช้โอกาสเลยครับ เราจะได้ความรู้สึกดีๆ ความรู้สึกเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ “ฟินไปอีกแบบ” ในการพูดคุย

“…..คุณแม่ครับ…ผมโทรจากเครื่องของเพื่อนนะครับ มือถือผมหายครับ ที่บอกว่าคืนนี้ ถึงบ้านจะไลน์คอล(Line Video Call) คงไม่ได้แล้วครับ  เอางี้…เสาร์นี้ผมไปหาคุณแม่ที่บ้านละกันนะครับ แล้วเดี๋ยวเราไปทานอาหารนอกบ้านกันครับ ผมจะไปหาซื้อมือถือเครื่องใหม่ด้วยครับ อยากชวนคุณแม่ออกไปเดินเล่นกันด้วยกัน ไม่ได้ไปไหนด้วยกันนานแล้วครับ……”

“……เปิ้ล ชั้นเองนะ มือถือหายอ่ะ เลยต้องโทรจากเบอร์ออฟฟิสคุยนานไม่ได้  เอางี้…เจอกันเย็นนี้ไหม ร้านเดิมหกโมงครึ่ง ก็ดีเหมือนกันนะ นี่ก็ได้แต่เมาท์แป๊บๆ ทางมือถือเนี่ย  ไม่เห็นแกตัวเป็นๆ มา 3 เดือนแล้ว คิดถึงว่ะ..…”

“…………………………………..”

สำหรับคนที่ชอบอ่านข่าวหรือติดตามอ่านนิยายผ่านสกรีน (mobile screen) ระหว่างนี้ลองซื้อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือ ลองเอาหนังสือนิยายเก่าๆ มาเปิดอ่านดูครับ จะได้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง เนื้อหาเดียวกันที่เราเข้าถึงผ่านมีเดียที่ต่างกัน จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป คล้ายๆ กับเราทานอาหารเมนูโปรดของเราที่บ้านกับออกไปทานนอกบ้านบ้างเป็นบางครั้ง  เราจะได้ความรู้สึกที่ดีแตกต่างกันออกไป หรืออีกมุมในเชิงสุขภาพ การเสพสื่อต่างๆ ผ่านเนื้อกระดาษและงานพิมพ์ก็เป็นการช่วยถนอมสายตาไปในตัวเนื่องจากปกติเราก็ต้องทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วนมากอยู่แล้ว การสลับการใช้สายตาก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วนะครับ

มาถึงพวกเรา สายเกมส์  เย้  จัดไป่ะ…ไหนมาลองดวลกันนอกจอสกรีนบ้าง เห็นว่าหลายคนที่ได้เคยประลองหมากรุก (Chess) บนกระดานของจริงนี่ก็ได้ฟีลไปอีกแบบ คือได้เห็นหน้าเห็นตา สัมผัสจับต้องตัวหมากตัวรุก แถมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนหลังเกมส์ บางคนก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละกระดานหมากรุกของจริงและตัวหมากตัวรุกสวยๆ  ถึงกับต้องตามหาซื้อมาเป็นของสะสมกันก็มี  

ออกเดินทาง มือถือหาย
“Escape Trip” อีกหนึ่งในกระเเสของการเดินทาง

ไปเที่ยวกันเถอะ…

จัดกระเป๋า ออกเดินทาง แบบไม่พกมือถือ อีกหนึ่งในกระแสที่คนยุคมิลเลนเนียล (Millennials) นิยมกัน บางคนไปคนเดียว บางคนไปกับกลุ่ม แต่กติกาเดียวกัน  ถือเป็นการหนีวิถีชีวิตเดิมๆ ซัก 3 วัน 5 วัน คือนอกจากไปยังสถานที่แปลกใหม่แล้ว การดำเนินชีวิตในแต่ละวันแบบไม่มีมือถือก็ให้ความท้าทายและความสนุกกับพวกเขาไปอีกแบบ เช่น ตื่นเช้ามาปกติต้องเช็คข่าวผ่านมือถือ, เข้าไลน์แชท(Line Chat), หาเส้นทางจากกูเกิ้ลแมพ (Google Map), ไปทานอาหารร้านไหนถูกใจต้องเช็คอินโลเคชั่น (check-in location) ..กลายเป็นต้องอ่านจากหนังสือพิมพ์ที่ลอบบี้โรงแรม, ขอแผนที่แผ่นพับหรือถามทางจากคนแถวนั้น, จดบันทึกที่อยู่ร้านหรือสถานที่ประทับใจ, อยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกันและอยู่กับปัจจุบันจริงๆ โดยไม่ต้องคอยอ่านหรือแชทไลน์กับคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันที่นั่น  บางทีเค้าก็จะเรียกการไปเที่ยวในลักษณะนี้ว่า “Escape Trip”  

คุณรู้ไหมว่า

อดีตซีอีโอของบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีระดับโลกแห่งหนึ่ง ได้จัดให้มีการสัมมนาประจำปีระหว่างกลุ่มผู้บริหารโดยมีเงื่อนไขว่า ห้ามให้มีการใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีรวมถึงโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างเข้าสัมมนา ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสและกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ความคิดและจินตนาการมากขึ้นจากการที่ไม่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกเหมือนปกติ รวมถึงตัดความกังวลเรื่องโทรศัพท์ว่าจะมีใครติดต่อเข้ามาระหว่างสัมมนา (ในกรณีที่มีเรื่องด่วนหรือสำคัญจะมีเลขานุการคอยรับเรื่อง, คัดกรอง, และประสานดำเนินการให้เป็นกรณีไป)  เทคนิคดังกล่าวต่อมาได้ถูกนำไปปรับใช้กับการสัมมนาภายในขององค์กรชั้นนำอื่นๆ เช่นกัน  เห็นไหมครับว่าการที่ว่างเว้นห่างจากโทรศัพท์มือถือบ้าง จริงๆ แล้วก็มีข้อดีในอีกหลายแง่มุม

สุดท้ายถ้าต้องซี้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ก็ถือโอกาสนี้ ซื้อรุ่นที่ถูกจริตเราจริงๆ เลยครับ  ไหนๆ ก็ต้องซื้อใหม่ ก็เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง คือเราทำงานอะไร ไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร ขนาดที่ถนัดในการใช้หรือพกพาและอื่นๆ ที่สะท้อนการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของเรา ฟังก์ชั่นบางอย่างถ้าเราไม่ค่อยได้ใช้หรือไม่ต้องการสเปคสูงขนาดนั้นก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่า เลือกซื้อแบบที่เราได้ใช้จริงๆ หรือ ดีไซน์ที่เราชอบดีกว่านะครับ

.

ทำทุกวันให้มีความสุขนะครับ

-อนัตตา-

.

เนื้อหาด้านบน สามารถ รับชมและรับฟังได้ที่ https://youtu.be/zFbw8zC_IMw

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>