วันนี้ดีที่สุด

วันนี้ ดีที่สุด
วันนี้ คือของขวัญเเห่งการเวลา
เเชร์ (Share)

วันนี้ ดีที่สุด

ในรอบหนึ่งอาทิตย์ มีอยู่สองวันที่เราไม่ควรไปพะวงกับมันเลยคือ วันวานและวันพรุ่งนี้ วันวานคือสิ่งที่ผ่านไปแล้วและไม่สามารถหวนคืน วันพรุ่งนี้คือสิ่งที่อยู่ข้างหน้าและยังมาไม่ถึง วันนี้คือความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า คือวันดีและวันเดียวที่เป็นของขวัญแห่งกาลเวลา คือที่นี่และตรงนี้ที่เราสามารถเก็บเกี่ยวความสุขคุณค่า และความดีงามระหว่างการเดินทางของชีวิต

วันนี้ ตอนนี้ เเละขณะนี้
อยู่กับวันนี้เเละปัจจุบันขณะ คือที่นี่เเละตรงนี้

ทุกวันที่เราตื่นขึ้นมาคือโอกาสที่เราจะได้ทำในสิ่งต่างๆที่เราตั้งใจไว้ เมื่อวานผ่านไปแล้วทำไม่ได้ พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึงก็ยังไม่ได้ทำ มีแต่วันนี้ที่ลงมือทำได้ อยากให้เราใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันจริงๆ เราเรียนรู้จากอดีตเพื่อวางแผนสำหรับอนาคตได้ แต่มีเพียงวันนี้เท่านั้นที่เราสามารถลงมือทำอะไรได้จริงๆ เราจึงควรใช้ทุกปัจจุบันขณะให้คุ้มค่า 

ธารา อาโป ชโลทร กำลังนั่งทานคุกกี้แมคคาเดเมียอุ่นๆ ที่คุณแม่นำมาวางไว้ตรงหน้าเพื่อเป็นอาหารว่างในช่วงบ่ายวันเสาร์ระหว่างที่กำลังรอคุณพ่อกลับบ้าน น้องธารา ลูกสาวคนโตวัยเก้าขวบพูดขึ้นว่า

“สุดยอดค่ะมี้  ซูชิร้านที่คุณพ่อจะพาพวกเราไปทานกันวันอาทิตย์ หนูอยากให้ถึงพรุ่งนี้เที่ยงเร็วๆ จัง”

“ม่ามี้คะ คุกกี้ที่ม่ามี้ทำให้ทานคราวก่อนก็อร่อยเหมือนกันนะคะ หนูชอบมากเลยตอนทานแล้วมีกลิ่นหอมๆ ออกมาด้วย” อาโปลูกสาวคนรอง พูดถึงคุกกี้ใบเตยที่คุณแม่ทำให้ทานเมื่ออาทิตย์ก่อน

“คุกกี้อร่อยจังครับคุณแม่…มีอีกไหมครับ” น้องชโลทรเด็กน้อยวัยห้าขวบ ลูกชายคนเล็กพูดแล้วเงยหน้าขึ้น พร้อมส่งรอยยิ้มเว้าวอนให้คุณแม่

มาอร่อยกับคุกกี้ที่อยู่ตรงหน้ากันเถอะ…

วันนี้ ดีที่สุด สุขรู้อยู่กับวันนี้และปัจจุบันขณะ ภาษาอังกฤษคำว่า Present ซึ่งแปลว่า “ปัจจุบัน” มีความหมายอีกอย่างว่า “ของขวัญ” นั่นคือวันนี้ ตอนนี้ และขณะนี้ เป็นของขวัญของกำนัลที่ธรรมชาติมอบให้เรา อย่ามัวหลงไปตามความคิดที่ชอบพาเราเจาะเวลาหาอดีตหรือล่องลอยไปในห้วงแห่งอนาคต จริงอยู่ที่คนเราห้ามไม่ให้คิดไม่ได้ ความนึกคิดเป็นเรื่องปกติของคนที่ยังมีลมหายใจ แต่เราสามารถมีสติ ตื่นรู้ได้ เห็นความนึกคิดภายในจิตแต่ไม่ต้องติดเอามาเป็นของเรา แค่เพียงเห็นแต่อย่าเข้าไปเป็น นำจิตกลับมาอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่และกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า แล้วเพลิดเพลินมีความสุขและสนุกไปกับมัน

มาเริ่มกันทีละน้อย ให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปแล้วทำแบบสม่ำเสมอไม่เร่งรีบ ร้อนรน หรือกดดันตัวเองโดยเริ่มจากการสังเกตรายละเอียดต่างๆในชีวิตประจำวัน อย่างแรกเลยตอนช่วงตื่นนอน อย่าพึ่งลุกจากเตียงหรือที่นอนแต่ให้ตั้งสติและทำความรู้สึกตัวว่าเรานอนอยู่ท่าใด รู้สึกอย่างไร ลองตามลมหายใจเข้าออกแบบผ่อนคลายสักสี่ถึงห้าครั้ง หลังจากนั้นจึงค่อยๆลุกขึ้นอย่างรู้เนื้อรู้ตัว รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของตัวเรา แค่รู้สึกและรู้ตัวไม่ต้องคิดหรือตัดสินอะไรเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวนั้น นั่นก็เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีแล้วครับ กิจวัตรอื่นๆ หลังจากนั้นเช่น การล้างหน้า แปรงฟัน และอาบน้ำก็ให้รู้สึกสบายๆไปกับน้ำที่ชะโลมผ่านใบหน้า ความรู้สึกสัมผัสของแปรงที่กำลังสีฟันและนวดเหงือก น้ำที่ไหลผ่านตัวขณะที่ล้างสบู่ออกจากร่างกาย คือเป็นการอยู่กับ “ตรงนี้ที่เป็นอยู่” ในแต่ละกิจกรรม

บางวันลองเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันให้เป็นกิจวัตรเฉพาะวันบ้างก็ดีครับ เช่นการเปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง การเปลี่ยนวิธีออกกำลังกาย การเสนองานในรูปแบบที่มีความแตกต่างออกไป หรือแม้กระทั่งการสร้างสัมพันธ์และพูดคุยกับคนใหม่ๆ เมื่อมีโอกาส เพราะปกติเวลาที่เราทำอะไรที่เรายังไม่คุ้นชินมากนัก เราจะให้ความใส่ใจและระมัดระวังในเรื่องนั้นมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็จะทำให้เราได้อยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น  ฝึกสังเกตเพื่อชื่นชมและยินดีกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ โทรศัพท์มือถือที่เราใช้อยู่ทุกวันจนเคยชิน แก้วกาแฟที่เราจับถือถนัดมือ และอื่นๆอีกมากมาย การยินดีต่อสิ่งต่างๆ ช่วยทำให้เราใช้สติและความนึกคิดอยู่กับบางสิ่งในปัจจุบันที่ทำให้เรารู้สึกยินดีและเป็นการสร้างอารมณ์บวกไปในตัว

การนั่งสมาธิก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีในการฝึกให้เราอยู่กับปัจจุบัน เป็นการฝึกสมองให้ชินกับการโฟกัสอยู่กับทุกวินาทีที่อยู่ตรงหน้า  ระหว่างที่ใช้สมาธิตามลมหายใจเข้าออก ก็ไม่ต้องไปเพ่ง แค่ตามรู้อยู่กับลมที่ผ่านเข้าออก เวลาที่มีความคิดฟุ้งซ่านเข้ามาก็เพียงแต่รู้ว่ามันผ่านเข้ามาแล้วก็ปล่อยมันผ่านไป คือทุกครั้งที่เรารู้ตัวว่าใจกำลังล่องลอยไปตามความคิดถือว่าได้แล้วหนึ่งคะแนน เพราะความรู้ตัวหรือสติเป็นจุดเริ่มของการเข้ามาอยู่กับปัจจุบัน ทุกครั้งที่รู้ตัวคือการกลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง คืออีกหนึ่งคะแนนที่ได้ ทำให้เป็นเรื่องสนุกแบบเล่นเกมส์สะสมแต้มไม่ใช่เป็นเรื่องของความเครียดเลย

ใช้ชีวิตทีละวันครับ ใช้แบบคุ้มค่าไปเรื่อยๆ ถ้ามีส่วนที่ต้องวางแผนสำหรับอนาคตก็ใช้วันนี้ในการตระเตรียม สิ่งไหนที่วันนี้ทำไม่เสร็จจริงๆ ก็ทำต่อพรุ่งนี้ เมื่อทำเสร็จก็ดำเนินตามแผนที่ได้ไตร่ตรองและพินิจพิเคราะห์ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องไปคอยห่วงและกังวลเกี่ยวกับมันอีก อยู่และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับวันนี้ที่มี    

แต่ละช่วงของเวลาที่ผ่านไปก็คือจำนวนของอดีตที่เพิ่มขึ้น คนทุกคนล้วนมีอดีตเป็นของตนเอง และเราทุกคนคงอยากมีแต่เรื่องดีๆให้นึกถึง ทางเดียวที่จะทำให้มันเป็นจริงได้คือการสร้างและถักทอมันขึ้นมาในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งคือวันนี้ วันดีที่สะสมไปเรื่อยๆ ทำทุกวันให้เป็นเรื่องราวแห่งคุณค่า ความดีงาม และความสุข เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันจริงๆ เมื่อนั้นชีวิตที่เหลือจะคอยดูแลดูตัวมันเองครับ

.

เป็นกำลังใจให้ครับ

-อนัตตา-

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>