อารมณ์ไม่ดี

อารมณ์ไม่ดี
ไม่รู้ว่าจะอธิบายมันอย่างไร
เเชร์ (Share)

อารมณ์ไม่ดี

เราอยู่กับตัวเองทุกวัน เราอยู่กับตัวเองตลอดเวลา แต่ในบางครั้งหรือบางเหตุการณ์ เราคงเคยมีความรู้สึกว่าเราไม่ค่อยเข้าใจตัวเอง ว่าทำไมเราถึงทำหรือพูดออกไปอย่างนั้น

“..เป็นไงบ้างตอนนี้ ? ”

“เราว่า ..ไม่โอเคเลย อารมณ์ไม่ดี ”  

“มันเป็นยังไงล่ะ”  

“เอ่อ…”

มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับความรู้สึกของเราแต่เราไม่รู้ว่าจะอธิบายมันอย่างไร หรือจะนิยามสิ่งที่เกิดขึ้นว่ายังไง รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้  อารมณ์ไม่ดี เราจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนแต่ก็อธิบายไม่ถูก นั่นเป็นเพราะว่าเรายังไม่รู้จักแต่ละอารมณ์ของตัวเองดีพอ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนักจิตวิทยาจะแบ่งอารมณ์ของเราออกเป็น 7 ประเภท คือ ร่าเริงเบิกบาน เบื่อ โกรธ กลัว ประหลาดใจ หยิ่งยโส และ ขยะแขยง หรือในบางครั้งเรารู้ตัวว่าเรารู้สึกอย่างไร กำลังมีอารมณ์แบบใด แต่เราขาดความคล่องแคล่วในการจัดการกับอารมณ์ เลยไม่รู้ว่าจะตอบสนองต่อคำพูดหรือเหตุการณ์ที่เข้ามาให้เหมาะสมอย่างไร เราจึงออกอาการ งะๆ เงิ้นๆ และตอบสนองออกไปแบบ งงๆ มึนๆ แล้วภายหลังจึงค่อยมาถามตัวเองว่าทำไมเราถึงแสดงหรือตอบสนองออกไปอย่างนั้น

เมื่อเกิดอาการดังกล่าวขึ้น มี 4 อย่างที่เราควรจะทำคือ เผชิญหน้า ก้าวออกมา เลือกทำสิ่งที่เชื่อ และเดินหน้าต่อไป ซึ่งการกระทำทั้ง 4 อย่างนั้นเป็นการเพิ่มความคล่องแคล่วในการรู้จักแต่ละอารมณ์และจัดการกับอารมณ์ให้เหมาะสม เราจึงเกิดความมั่นใจในสิ่งที่ทำ และจะไม่รู้สึก งะๆ เงิ้นๆ อีกต่อไป

เผชิญหน้า

ให้ใช้ความรู้สึกตัว ใช้สติในการตระหนักรู้และยอมรับว่ามีอารมณ์นั้นที่เราชอบเรียกว่า อารมณ์ไม่ดี เกิดขึ้นแล้ว ดูมันเฉยๆ ยังไม่ต้องตัดสินว่าถูกหรือผิด คือรู้แบบแค่รู้ รู้ซื่อๆ รู้ให้ชัดเจนว่าเป็นอารมณ์แบบใด โกรธ เศร้า ประหลาดใจ หรืออะไร..? ที่สำคัญ ไม่ต้องไปรู้สึกไม่ดีกับอารมณ์เหล่านั้น เพราะถึงแม้มันจะเป็นอารมณ์เชิงลบ แต่อารมณ์ในเชิงลบก็มีข้อดีของมัน เช่น อารมณ์กลัวทำให้คนพยายามหาทางทำให้ตัวเองปลอดภัย อารมณ์เศร้าทำให้เรารู้จักเห็นใจผู้อื่น ณ จุดนี้ขอให้เรา แค่รู้เฉยๆว่ามีอารมณ์ใดเกิดขึ้นกับเราเท่านั้นพอ เผชิญหน้ากันตรงๆ เลยครับ ไม่ต้องเก็บ กดไว้ หลีกเลี่ยง หรือปฏิเสธว่าไม่เป็นไร แต่ให้รับรู้กันตรงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นแทน

ก้าวออกมา

จากนั้นเรามาสร้างพื้นที่ตรงกลาง หรือ Space ระหว่างตัวเราและการตอบสนอง ใช่ครับคือเราจะไม่ตอบสนองต่ออารมณ์ที่เข้ามาทันที แต่จะสร้างพื้นที่ตรงกลางที่คั่นระหว่างตัวเรากับการตอบสนองก่อน วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้เขียนทุกความรู้สึกลงในกระดาษหรืออาจจะใช้การพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์ เป็นการทำให้เห็นอารมณ์ในเชิงรูปธรรมด้วยการถ่ายทอดออกมา เป็นการส่งความคิดที่วกวนออกมาบนสิ่งที่เราได้เขียนหรือบันทึกลงไป ถ้ายังรู้สึกสับสนระหว่างที่กำลังถ่ายทอด ให้ลองทำความรู้สึกตัวเช่น เรากำลังเขียนอยู่ พิมพ์อยู่ หายใจเข้าออกในลักษณะใด หรือกำลังนั่งจิบกาแฟถ้วยโปรดไปเเล้วเขียนไปด้วย คือให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ จากนั้นจึงค่อยๆ ถ่ายทอดออกมาใหม่ซึ่งจะทำให้สับสนน้อยลง เมื่อถ่ายทอดเสร็จแล้ว ให้เราค่อยๆ อ่านสิ่งที่เราเขียนหรือถ่ายทอดออกมา เราจะเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะมันคือพื้นที่ตรงกลางซึ่งไม่ได้อยู่ในตัวเรา การที่เราเป็นแค่ “ผู้เห็น” จะทำให้สามารถใช้เหตุและผลในการพิจารณาได้ดีขึ้น เนื่องจากไม่มีอารมณ์ในตัวเราเข้าไปข้องเกี่ยว

อารมณ์ไม่ดี เขียนทุกความรู้สึก
เขียนทุกความรู้สึกออกมา

เลือกทำสิ่งที่เชื่อ

ตอนนี้เมื่อเรามีความรู้สึกเป็นกลางๆ หรือเบาขึ้นแล้ว ให้คิดดูว่าสิ่งใดที่เราให้ความสำคัญและให้คุณค่า ชีวิตคือการตัดสินใจ ในเเต่ละวันเราอาจมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจหลายเรื่อง

บ่ายนี้เราจะลางานครึ่งวันเพื่อไปดูการแสดงของลูกที่โรงเรียน..หรือ..จะรีบทำโปรเจคที่ยังคั่งค้างให้เสร็จที่ทำงาน?

จะเลือกทำงานบริษัทซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าในช่วงนี้แต่เครียด..หรือ..เริ่มทำกิจการส่วนตัวซึ่งต้องทำงานหนักในช่วงต้นและยังมีรายรับไม่แน่นอนแต่เป็นงานที่เรารัก?

เปลี่ยนรถคันใหม่ที่หรูหราขึ้นเเละให้ความสะดวกสบายมากกว่า..หรือ..ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ดีและกำลังให้ผลตอบแทนสูง

..หรือ..

คุณค่าหรือสิ่งที่เราให้ความสำคัญสามารถเปลี่ยนไปตามช่วงอายุและบริบทของชีวิต ให้เรามองที่คุณค่าที่เรายึดถือในปัจจุบันเป็นหลัก และสำหรับหลายๆ คน ที่รู้สึกว่าการให้ตอบออกมาอย่างชัดเจนว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญและให้คุณค่าเป็นสิ่งที่ตอบยาก ให้ลองตอบคำถามข้างล่างนี้ดูครับ

  • ลึกๆ แล้ว อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา
  • เราอยากสร้างความสัมพันธ์แบบไหน
  • เราอยากให้ชีวิตเราเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร
  • เหตุการณ์ใดในชีวิตที่เรารู้สึกว่ามีความสำคัญมาก
  • ถ้าไม่ต้องคิดเรื่องเงิน เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน
  • มีเรื่องอะไรบ้างที่คนชอบมาปรึกษากับเรา
  • มีกิจกรรมใดที่เราทำแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวาและมีความสุข
  • เวลาใดที่เราเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด
  • ก่อนนอนให้ถามตัวเองว่าอะไรที่เราคิดว่าเราทำแล้วมีคุณค่าที่สุดในวันนี้
  • ตื่นมาพรุ่งนี้ให้ถามตัวเองว่าถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายเราจะทำอะไร

ลองเขียนออกมาครับ อาจจะไม่ต้องตอบครบทั้ง 10 ข้อ ค่อยๆ คิดแล้วตอบออกมาเท่าที่ตอบได้ มากที่สุดเราก็จะรู้ครับว่า จริงๆ แล้ว ณ ช่วงเวลานี้เราให้ความสำคัญและคุณค่ากับเรื่องใดมากที่สุด เมื่อเรารู้แล้ว ก็ให้เราเลือกทำในสิ่งที่เราเชื่อและให้คุณค่าครับ

เดินหน้าต่อไป

การใช้ชีวิตเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อให้เราสามารถ ทำในสิ่งที่เราให้คุณค่าและให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือ “mindset” ปรับ นิสัยหรือพฤติกรรมบางอย่าง ถ้าต้องฝืนใจทำอะไรบางอย่าง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมถึงเลือกทำอย่างนั้น เพราะจริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่การฝืนใจ แต่เป็นการอดทนอย่างมีเหตุผลเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เราให้คุณค่าหรือให้ความสำคัญ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องยอมทำอะไรที่ไม่เคยทำ ทำอะไรใหม่ๆ ทำอะไรที่อาจจะไม่ค่อยถนัด มันเป็นการออกจากพื้นที่ปลอดภัย(Comfort Zone) แล้วมาอยู่ในพื้นที่แห่งการเติบโต (Growth Zone) เพื่อก้าวต่อไป ตามจุดมุ่งหมายของเรา

เมื่อเราสามารถรู้เท่าทันและมีความคล่องแคล่วในการจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น เราจะอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกิดกับเราได้ดีขึ้น ชัดเจนขึ้น เป็นคนอารมณ์ดี มีความมั่นคง ไม่หงุดหงิดง่าย และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น คำพูดที่ว่า “ไม่โอเค อารมณ์ไม่ดี แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง” จะค่อยๆ หายไป เพราะตอนนี้ เราได้รู้จักกับตัวเองและอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น ลองทำกันดูนะครับ

.

เป็นกำลังใจให้ครับ

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>