เบื่องาน

เบื่องาน
เบื่องาน อยากเป็นอิสระในการใช้ชีวิต
เเชร์ (Share)

เบื่องาน อยากไปเที่ยวแล้ว..!

เบื่อ..ไม่อยากทำงาน..แต่อยากรวย..!!

เบื่องาน..เพราะยุ่งมาก ไม่ได้ทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำสักที..!!!

เบื่องาน อยากเกษียณตอนนี้เลย..!!!!

เบื่องานที่ทำอยู่..อยากเป็นอิสระในการใช้ชีวิต..!!!!!

ทุกๆ คนก็เคยเบื่องานกันทั้งนั้น สาเหตุหลักอันหนึ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่ต้องทำก็เพราะว่า มันยุ่งมากจนทำให้เราไม่สามารถทำในสิ่งที่เราอยากทำได้สักที หรือบางทีต่อให้เป็นงานเราที่รัก ถ้ามันมากเกินก็คงรู้สึกเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน

มีคนบางคนทำน้อยแต่ได้มาก บางทีการทำน้อยๆ ก็รู้สึกว่าอยากทำสิ่งนั้นมากขึ้นด้วยซ้ำไป ลองมาดูกันสิครับว่า คนกลุ่มนี้ที่ทำน้อยแล้วได้มาก เขามีวิธีการอย่างไร

อยากไปเที่ยวแล้ว

อยากไปก็ไปเลย หาเพื่อนร่วมก๊วน หรือแม้แต่อาจจะไปกับครอบครัว ปักหมุดปฏิทิน จองที่พัก จองตั๋วเดินทาง แล้วเตรียมแพ็คกระเป๋าเพื่อไปเที่ยว ทำตอนกำลังรู้สึกว่าอยากทำ จะมีความสุขและสนุกสนานอย่างเต็มที่ การท่องเที่ยวทำให้ได้พบปะกับสิ่งใหม่ๆ เห็นอะไรใหม่ๆ ซึ่งแตกต่างจากชีวิตประจำวัน ทำให้สมองสดชื่นปลอดโปร่ง และได้มีโอกาสใช้เวลาที่ดีกับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว เมื่อกลับมาจะรู้สึกสดชื่น และมีไฟอีกครั้งหนึ่ง  อย่าไปห่วงงานมากเกินไป จัดเตรียม และวางแผนล่วงหน้าให้ดีในขณะที่ไม่อยู่ สะสางงาน และมอบหมายให้เสร็จสิ้น แจ้งการลาอย่างเป็นทางการเพื่อให้ที่ทำงานรู้ว่ามีช่วงนึงที่จะไม่อยู่ แต่ละฝ่ายจะได้เตรียมตัวล่วงหน้าได้เหมาะสม

อยากรวย

มีมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งคนกลุ่มนี้เรียกกันว่า นิวริช(New Rich) เป็นการใช้ชีวิตที่ตรงข้ามกับอีกกลุ่มคือ โอลด์ริช(Old Rich) คือการทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำโดยไม่รอ เพราะเขาคิดว่าทุกสิ่งที่เขาทำมันคือการสะสมประสบการณ์ และเรื่องราวดีๆ ในชีวิต ซึ่งบางทีอาจทำไม่ได้เมื่อโอกาส และเวลามันผ่านไปแล้ว คือพวกเขาจะเน้นสะสมประสบการณ์ มากกว่าสะสมทรัพย์สิน และเงินทอง และจะไม่กังวลกับอนาคตมากเกินไป เพราะคิดว่าเมื่อถึงเวลาชีวิตก็มีทางออกของมัน โดยพวกเขาเชื่อกันว่าประสบการณ์ดีๆ ที่พวกเขาได้สะสมมานั่นแหละจะพาไปสู่ทางออกเมื่อเวลามาถึง

ยุ่งมาก ไม่ได้ทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำสักที

กำจัดสิ่งไม่จำเป็นออกจากชีวิต ไม่พยายามทำอะไรที่สมบูรณ์แบบเกินไป ไม่ต้องเนี๊ยบหรือเฉียบเกินความจำเป็นเพราะมันไม่ใช่การเพิ่มคุณค่าแต่เป็นการเสียเวลา อย่าไปทำเรื่องที่มันไม่สำคัญเพราะทำยังไงมันก็ไม่สามารถสำคัญขึ้นมา ใช้หลัก 20/80 โดยดูตัวอย่างเจ้าของร้านขายหนังสือแห่งหนึ่งที่เขาได้ทำสิ่งต่างๆ มากมายที่เขาอยากทำ หลังจากได้ค้นพบว่า จริงๆ แล้วในร้านหนังสือของเขามีหนังสือแค่ 20% ซึ่งขายได้ดีและเป็นรายได้หลักคือ 80% ของรายได้ทั้งหมดของร้าน เขาจึงใช้เวลาเฉพาะกับหนังสือเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดเรียงให้โดดเด่น แนะนำให้กับลูกค้ารายใหม่ๆ และวางแผนเตรียมสั่งสินค้าในหมวดนั้นเพิ่ม ในขณะเดียวกันก็เริ่มตัดทอน ลดความสำคัญ และใช้เวลาน้อยลงกับกองหนังสือที่เหลืออีก 80% ซึ่งทำรายได้ได้เพียงเล็กน้อย เปลืองพื้นที่เก็บ และถือเป็นเงินจม โดยเฉพาะถ้ามีเล่มไหนที่ขายไม่ได้เป็นเวลานานหรืออาจขายไม่ได้เลย

ลดการเสพข่าวที่มากเกินไป เพราะมันจะทำให้มีแต่เรื่องกังวลใจเกินควร อย่าลืมว่า 90% ของข่าวที่เป็นที่สนใจและขายได้คือข่าวในแง่ร้าย และนั่นเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการทำข่าวให้ผู้คนติดตาม ให้รู้จักจำกัดปริมาณการเสพข่าวให้เหมาะสม  ในขณะเดียวกันเลิกท่องเน็ตบนโต๊ะทำงาน ให้จัดสรรเวลาให้ดีแล้วรวบรวมเวลาว่างในแต่ละช่วงของวันไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า

เบื่องาน ขาด อิสรภาพ
ให้อิสรภาพกับตัวเอง

อยากเกษียณตอนนี้เลย

คนกลุ่มนี้เขาจะเกษียณเลยครับ ไม่ต้องรอให้ถึงอายุ 60 คือเขาจะทำเป็นแบบ มินิ-รีไทร์เมนท์ (Mini-Retirement) เขาบอกว่าเขาเกษียณเป็นช่วงๆ เช่นทำงาน 11 เดือน ลาพักยาว 1 เดือน (วันลาพักร้อน+ วันหยุดตามปฏิทิน) หรือคนที่ทำงานโปรเจคและงานฟรีแลนซ์ เขาจะทำงาน 2 เดือนพัก 1 เดือน คนกลุ่มนี้ไม่ค่อยกลัวตกงาน เพราะระหว่างช่วงที่เขาทำงาน เขามีไฟ ความกระตือรือร้นและข้อมูลครบถ้วน จึงทำงานได้ดีและมีผลงานออกมาดีเสมอซึ่งทำให้เป็นที่จดจำและชื่นชอบของผู้ว่าจ้าง ทุกครั้งที่เขากลับมาทำงาน จะมีงานรอเขาเสมอ นั่นคือประเด็นเลยนะครับ ทำงานให้มีคุณภาพ แล้วงานจะเป็นที่ยอมรับและอยู่ในความต้องการเสมอ

ความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต

อิสระในการใช้ชีวิตคือภาพรวม ของสิ่งต่างๆ ข้างต้น มันคือการให้ความหมายใหม่และลองใช้ชีวิตอีกในแบบหนึ่ง เป็นการปลดแอกตัวเองจากงานและเวลา คนกลุ่มนี้ถ้าเป็นเจ้าของกิจการก็จะนิยม Outsource งานออกไปโดยไม่ทำเองทุกอย่าง แล้วใช้เวลากับการโฟกัสส่วนที่สำคัญของธุรกิจจริงๆ แต่ถ้าเป็นลูกจ้าง เขาจะใช้สิ่งต่างๆ ที่เป็น Open Source เช่น ข้อมูลที่มีการวิเคราะห์มาแล้ว, แอพพลิเคชั่น(application), แพลตฟอร์ม(platform) ของการทำงาน, รวมถึงบริการฟรีอื่นๆ โดยเลือกว่าอะไรที่เหมาะสม คือไม่ได้เริ่มทำเองทั้งหมดแต่เป็นการนำมาปรับใช้ให้เข้ากับงาน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและแรงได้มากเลยทีเดียว

ข้อคิดที่น่าสนใจ

  • เน้นจุดเด่นให้เกิดประโยชน์ อย่าเสียเวลากับการแก้ไขจุดด้อย
  • เวลาที่เหมาะสมไม่เคยมี อยากทำอะไร ให้เริ่มเลย
  • อะไรที่มากเกินไป จะเกิดปัญหา ให้อยู่ในความพอดี
  • เงินไม่ใช่ทางออกเสมอไป
  • รายได้สัมบูรณ์จะดูที่ตัวเลขอย่างเดียว รายได้สัมพัทธ์จะดูที่รายได้ต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • ความกังวลมันแย่ แต่ความกดดันเล็กๆ เป็นสิ่งดี
  • ความสมบูรณ์แบบ อาจไม่ได้มาจากการต่อเติม แต่อาจเป็นการที่ไม่ต้องตัดอะไรออกอีกแล้ว
  • อยากทำอะไรให้ทำตอนนี้ ทำตอนที่ยังทำได้ และร่างกายยังแข็งแรงอยู่
  • ทำน้อยไม่ได้แปลว่าขี้เกียจ ตราบใดที่การทำน้อยส่งผลที่ยิ่งใหญ่
  • บางเรื่องก็ไม่ต้องขออนุญาต ทำเลยถ้าไม่เวิร์คแล้วค่อยมาขอโทษ

มาถึงตรงนี้ ก็คิดว่ามีหลายๆ อย่างที่น่าสนใจนะครับ ลองดูว่าส่วนไหนที่เราพอนำไปใช้ได้เเละสามารถช่วยทำให้เราบริหารเวลาได้ดีขึ้น มีเวลาว่างมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ จะได้ไม่รู้สึกเบื่อ และรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นในเต่ละวัน

.

เป็นกำลังใจให้ครับ

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อ

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>