เป็นตัวของตัวเอง

เป็นตัวของตัวเอง
ไม่จำเป็นต้องปิดบังหรือเก็บกดเอาไว้
เเชร์ (Share)

เป็นตัวของตัวเอง

ณ สวนสัตว์เเห่งหนึ่ง มีเสือชีต้าตัวน้อยและสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่ต่างก็มีมิตรภาพและหยิบยื่นความน่ารักให้แก่กันและกันเสมอมา ทุกๆ วันทั้งสองจะถูกฝึกให้เล่นกับ “ตุ๊กตากระต่ายเน่า” (ที่เคยเป็นตุ๊กตาปุกปุยสีชมพูน่ารักแต่ถูกฟัดทุกวัน จนทั้งสกปรกและเยินไปตามสภาพ) เกมส์ก็คือ ทั้งสองจะต้องวิ่งตามตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวนั้น ซึ่งถูกผูกเชือกและลากให้สหายรักทั้งสองวิ่งตาม ถ้าได้ตามได้ทันและจับได้ ทั้งสองก็จะได้ชิ้นเนื้อย่าง หรืออาหารสำเร็จรูปเป็นรางวัลตอบแทน เป็นความสนุกสนานในทุกๆ วัน ที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันแบบเพื่อนรัก เพื่อนเล่น และเพื่อนที่อยู่ข้างเคียงกัน

แล้วก็มาถึงวันหนึ่งที่ทั้งสองพร้อมที่จะออกสู่โลกการแสดง เรียกเสียงปรบมือและความยินดีจากผู้เข้าชมมากมาย ที่ได้เห็นความสามารถ ความน่ารักเห็น และความ “เชื่อง” ซึ่งถูกฝึกมาอย่างดี กิจวัตรประจําวันที่อยู่กับการแสดงและพักผ่อนอยู่ในกรงขังที่แข็งแรงกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต” ซึ่งเกิดจากความเคยชิน เป็นสิ่งที่เกิดมานานแล้ว เป็นสิ่งที่สัมผัสรู้ได้ตั้งแต่มันเกิด จนถึงปัจจุบัน

แต่ก็มีหลายๆ คราว ในช่วงเวลาพักที่ชีต้าได้มีโอกาสอยู่ตามลำพัง มันมักจะยืนอยู่ข้างกรง เชิดหัวขึ้น มองออกไปไกลๆ ด้วยท่าทางสง่างามตามสายพันธุ์ของ “เสือชีต้า” นักล่าแห่งป่าทุ่งหญ้าสะวันนา มันจ้องมองออกไปเหมือนกำลังถามว่า ชีวิตของมันมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป ชีวิตของมันควรจะมีอะไรมากกว่านี้ มันเป็นสิ่งที่อยู่ในใจ แต่วันแล้ววันเล่า มันก็ยังคงใช้ชีวิต “ที่ถูกกำหนด” ด้วยกิจวัตรเดิมๆ ภายในสถานที่ที่จำกัดและถูกกักขังบริเวณ แม้หลายคนจะบอกว่านั่นคือชีวิตที่สุขสบาย ปลอดภัย อยู่ภายใต้ความรักและการดูแลอย่างดี ซึ่งดีกว่าการต้องไปผจญภัยเองข้างนอกเป็นไหนๆ ..แต่ชีต้าตัวนั้นกลับรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง ..เพราะมันคือเสือชีต้า..ถึงแม้มันจะรักเพื่อนคือเจ้าลาบาดอร์มากเพียงใดแต่มันคือเสือชีต้าผู้พิชิตแห่งทุ่งหญ้าสะวันนา มันไม่ใช่ลาบราดอร์..!

ในชีวิตจริงของคนเรามีหลายครั้งที่เราถูกตีกรอบ และจำกัดความสามารถที่แท้จริงผ่านกระบวนการทางสังคม มาตรฐานที่ถูกสอนกันมา รวมถึงการตัดสินผ่าน “ภาษาสังคม”

ถูกต้อง   ไม่ถูกต้อง(ผิด)

ดี   ไม่ดี(ชั่ว)

ควรทำอย่างนี้   ไม่ควรทำอย่างนั้น

…………

ไปๆ มาๆ ชีวิตบางคนถูกกำหนดชะตาด้วยภาษาสังคมไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา แม้กระทั่งความรู้สึกส่วนใหญ่ยังถูกบอกและสอนว่า ห้ามเศร้า ห้ามร้องไห้ ห้ามเสียใจ ห้ามพร่ำบ่น จริงๆ แล้ว ทัศนคติในเชิงลบที่มีต่ออารมณ์ด้านลบไม่ควรจะเกิดขึ้น ชีวิตไม่ใช่การหลีกเลี่ยงและหลบหนี  แต่คือการเผชิญหน้า การเรียนรู้ ยอมรับและเห็นสิ่งต่างๆ ในทุกแง่มุม เพื่อที่จะเติบโตจากความจริงต่างๆ ที่ได้ผ่านเข้ามาในแต่ละช่วงเวลาชีวิต

รู้สึกกับทุกสิ่ง โดยไม่ปิดบังตัวเอง

ควรให้ตัวเองรับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง อย่าไปมองว่าความเจ็บปวดและความทุกข์คือคำสาปแต่มันคือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น เป็นส่วนหนึ่งที่ประกอบขึ้นมาให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต” ความรู้สึกในเชิงลบไม่ควรเป็นสิ่งต้องห้าม แต่เป็นสิ่งที่ควรรู้จักและทำความเข้าใจ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนธรรมดาทั่วๆ ไปอย่างเราๆ เท่านั้นแต่ยังรวมถึงบุคคลที่ยิ่งใหญ่ และมีคุณค่าของโลกนี้มากมายซึ่งต่างก็ได้เผชิญกับช่วงเวลาแบบนี้มาแล้วกันทั้งนั้น  เศร้าได้แต่อย่าโศก ร้องไห้ได้แต่อย่านานและยืดเยื้อ ไม่ควรเก็บกดเอาไว้

ไม่ชอบ ไม่เห็นด้วย ก็แสดงออกมาอย่างสุจริตใจและสุภาพ เป็นตัวของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องปิดบังหรือเก็บกดเอาไว้เพื่อที่จะได้ไม่สร้างความผิดหวังให้กับใคร ถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจแล้วต้องเลือกระหว่าง “ทำให้ตัวเราผิดหวัง” กับ “ทำให้คนอื่นผิดหวัง”  อย่าเลือกตัดสินใจที่จะทำให้ตัวเราผิดหวัง เพราะชีวิตนี้เป็นของตัวเราเอง เฉกเช่นเดียวกัน ชีวิตของผู้อื่นก็เป็นของเขาเอง ควรเคารพการตัดสินใจของเขาเช่นกัน และไม่ควรไปผิดหวังกับสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจ

การรู้สึกกับทุกสิ่งอย่างจริงใจเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพื่อที่จัดเตรียมสำหรับสิ่งถัดไป

เป็นตัวของตัวเอง นิ่งสงบ เพื่อการหยั่งรู้
สงบเพื่อการหยั่งรู้และเกิดภาวะปัญญา

นิ่งสงบ เพื่อการหยั่งรู้

เมื่อได้ผ่านขั้นตอนทางธรรมชาติในข้อแรกแล้ว ตอนนี้ตัวเราเองก็พร้อมสำหรับขั้นตอนที่สอง ให้รู้จักนิ่งสงบเพื่อการหยั่งรู้ หาเวลาและสถานที่สงบเพื่ออยู่กับตัวเองตามลำพัง อยู่กับความรู้สึก ความเคลื่อนไหว และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบกาย บางคนถนัดที่จะสังเกต อากัปกริยาต่างๆ ของตนในทุกๆ การเคลื่อนไหว บางคนถนัดที่จะตามลมหายใจเข้าออก ให้ใช้โอกาสนี้ในการที่เราจะมีสติและสมาธิ อยู่กับปัจจุบันของตัวเรา ทำสิ่งนี้เเบบสบายๆ ไร้ความกดดัน ทำแบบผ่อนคลาย ทำไปเรื่อยๆ จริงๆ แล้วสิ่งนี้ควรเป็นกิจวัตรที่เราทำเป็นประจำ ครั้งหนึ่งอาจจะไม่ต้องใช้เวลานานแต่อยากให้ทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นขั้นตอนของการหยั่งรู้และเกิดภาวะปัญญาที่เกิดขึ้นจากภายในของตัวเราเอง

มันคงถึงจุดหนึ่งที่ชีวิตของเรา  เราต้องรู้จักเลือกเอง เลิกถาม “ทาง” คนอื่นเกี่ยวกับสถานที่ที่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังไม่เคยไป

ด้วยปัญญาที่เกิดจากสมาธิที่ดี คำตอบที่เราได้มักเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึง และเราจะหยั่งรู้เองว่าอะไรที่เหมาะสมกับชีวิตเราที่สุด

จินตนาการ

ทำไมอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ถึงพูดว่า จินตนาการนั้นสำคัญกว่าความรู้ ?

นั่นเป็นเพราะว่า จินตนาการทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ หรือในอีกแง่หนึ่งทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ เราจึงไม่ควรถูกจำกัดและตีกรอบกับความรู้เดิมๆ ที่มีอยู่ สิ่งที่น่าจะทำคือ เราเพียงแค่เข้าใจอดีต ลองฟังคำทำนาย คำพูด ความเห็น บรรทัดฐาน หรือแม้กระทั่งเสียงวิจารณ์ เพื่อรวบรวมแล้วนำมาเป็นฐานในการต่อยอดและคิดถึงความเป็นไปได้อื่นๆ ที่มากกว่าสิ่งเหล่านั้น จินตนาการคือความสามารถในการสร้างภาพแห่งความเป็นไปได้ที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่รู้และเห็นในปัจจุบัน เชื่อไหมครับว่า สิ่งนี้มีอยู่ในตัวเราทุกคน ครับ..อยากให้เชื่อไปเลย เพราะสิ่งนี้เป็นความจริง จินตนาการในตัวเราครับ ลองใช้มันดู

ถักทอแบบต่อเนื่อง

หนังสือก็มีหลายบท บทเก่าจบก็พลิกหน้าไปเริ่มอ่านบทใหม่ ชีวิตเราก็เช่นกัน จะมีด้วยกันหลายตอน เขียนต่อแล้วถักทอไปเรื่อยๆ สร้างตอนใหม่ๆ ขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะเปลี่ยนแปลงเสมอ ..เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ..เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป วนไปอย่างเรื่อยๆ ตื่นขึ้นมาทุกวันแล้วทำให้มันเกิดขึ้น เห็นการตั้งอยู่ เข้าใจถึงสิ่งที่ผ่านไป สร้างบทและตอนของหนังสือชีวิตที่เราอยากให้เป็นขึ้นมา เป็นตัวของตัวเอง

จะว่าไป ..มันอยู่ในข้างในตัวเราทุกคนอยู่แล้วล่ะครับ บางคนก็เขียนมันอยู่แล้วแบบไม่รู้ตัวเพราะเขาใช้ชีวิตในแบบที่เขาอยากเป็นมานานแล้ว แต่ถ้าเรายังรู้สึกว่า มีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง และชีวิตเราควรมีอะไรมากกว่าที่เป็น ให้เราเริ่มที่จะรู้สึกกับทุกอย่างแบบจริงใจ (Honestly feel everything) ตามที่กล่าวข้างต้น อย่าปกปิดและกลบเกลื่อนใจของเรา ให้ทุกอย่างผ่านกระบวนการและขั้นตอนทางธรรมชาติ เพื่อให้เราได้ปลดปล่อย หยั่งรู้ ตกผลึก คิดถึงสิ่งที่เป็นไปได้ และเขียนแต่ละบทแต่ละตอนของหนังสือชีวิตของเราขึ้นมาด้วยตัวของเราเอง

.

เป็นกำลังใจให้ครับ

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>