เหนื่อยกับชีวิต

เหนื่อยกับชีวิต
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับหลายๆ คน
เเชร์ (Share)

เหนื่อยกับชีวิต

เหนื่อยกับชีวิต ถ้าเรารู้สึกอย่างนี้ ..อาจเป็นเพราะว่าเราใช้ชีวิตให้ยากเกินไปหรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเราหลายๆ คนรวมถึง “ฮาวัน” หนุ่มวัยกลางคนชาวเกาหลีอายุ 40 ที่วันนึงเขาก็เกิดความรู้สึกแบบนี้ เลยใช้ตัวเองทดลอง และเปลี่ยนทิศทางไปสู่การใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง

…ฮาวันเองก็เหมือนชาวเกาหลีทั่วไปที่ถูกปลูกฝังด้วยค่านิยมที่ว่า ควรจะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ดี และมีชื่อเสียงซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่แห่ง และเมื่อจบก็ควรทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ ตั้งใจทำงานเพื่อที่จะได้เติบโต เเละมีความก้าวหน้า ตำแหน่งงานสูงขึ้น เงินเดือนดีขึ้น จะได้มีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิต ฮาวันเอง ก็เคยผ่านการใช้ชีวิตตามครรลองเหล่านั้น เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้ แล้วเมื่อจบเขาก็ได้ทำงานกับบริษัทชั้นนำของประเทศเกาหลี

จนวันหนึ่งเมื่ออายุเข้า 40 ฮาวันก็ถึงจุด “burn out” และเหนื่อยล้าสุดๆ กับการใช้ชีวิตแบบนั้น เขาจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ที่ผ่านมา..เราต้องขยันหมั่นเพียร..เพื่อจะมีชีวิตแบบนี้เองนั่นเหรอ..?”

ฮาวันตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อเขาจะได้ทำในสิ่งต่างๆ ที่เขาอยากทำในทุกวัน เขาเชื่อว่าชีวิตคนเรามันไม่ได้มีทางเลือกเดียว อย่างที่เคยได้ยินได้ฟัง ตามความเชื่อ และค่านิยมของสังคม เขานึกถึงเรื่องเล่าของ “ญี่ปุ่น” เรื่องหนึ่งที่เป็นเหตุการณ์ระหว่างชายหญิงสองคน เกาะคอนลอยตัวอยู่กลางทะเล ที่เต็มไปด้วยกระป๋องเบียร์เนื่องจากเรือแตก หลังจากที่ทั้งสองได้ดื่มด่ำกับเบียร์ไปสักพัก ฝ่ายหญิงก็คิดว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องว่ายออกไป เพื่อขอความช่วยเหลือจะได้มีชีวิตรอด แต่ฝ่ายชายกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาคิดว่าเขาจะลอยตัวดื่มด่ำกับเบียร์อยู่อย่างนั่นแหละ ฝ่ายหญิงจึงจากไปเพียงคนเดียว เธอพยายามว่ายน้ำไปในทิศทางที่อาจจะไปเจอเกาะ หรือเรือลำใหญ่ซึ่งสามารถเห็นเธอเพื่อที่จะได้รับความช่วยเหลือ ..เวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองได้บังเอิญมาเจอกันในผับแห่งหนึ่ง ฝ่ายหญิงกล่าวว่า “ฉันคิดว่าเธอตายไปตั้งนานแล้ว เพราะเธอไม่พยายามที่จะรอดชีวิตเลย แล้วเธอรอดมาได้ยังไง” ฝ่ายชายตอบว่า “ก็ลอยตัวอย่างที่บอกนั่นแหละ แล้วก็มีเรือกู้ภัยมาช่วย” ฝ่ายหญิงรู้สึกโกรธ และพูดทำนองว่า เธอต้องใช้ความพยายามมากมายเพื่อมีชีวิต แต่เขากลับอยู่เฉยๆ ลอยตัวดื่มเบียร์อย่างมีความสุข แล้วก็มีคนมาช่วย มันไม่แฟร์เลยที่คนนึงต้องพยายามอย่างมาก ขณะที่อีกคนหนึ่งไม่ต้องทำอะไร แต่กลับได้ผลลัพธ์เท่ากัน ฝ่ายชายจึงพูดและอธิบายว่า อย่าโกรธเขาเลย ก็อย่างที่เขาบอกตอนนั้นนั่นแหละ ในบางสถานการณ์เราก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป ความพยายามที่มากกว่าไม่ได้หมายถึงผลลัพธ์ที่มากกว่า อย่าลืมว่าเรือเราแตกอยู่ท่ามกลางทะเล การที่เธอว่ายออกไปอย่างนั้น ยิ่งห่างจากจุดเกิดเหตุอาจจะยิ่งหลงทาง แต่สิ่งที่เธอมีคือความโชคดีที่เธอไปเจอเกาะ และได้รับความช่วยเหลือ แต่สำหรับเขาแล้ว การลอยตัวอยู่อย่างนั้นก็เพื่อที่จะรอคอยให้ได้รับความช่วยเหลือเพราะคาดว่าต้องมีเรือกู้ภัยที่ได้รับสัญญาณ และพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตและมันก็เป็นจริงตามนั้น..

เหนื่อยกับชีวิต ลองอยู่ใน ความนิ่งเเละสงบ
ความเรียบง่ายที่ลงตัว

ผ่านไปสักพักหลังจากออกจากงาน ฮาวันก็เริ่มมีความรู้สึกว่า..เขาว่างจนเหงา เพราะการออกจากงานถึงแม้ว่าจะได้ปลดภาระเรื่องงาน แต่เขาไม่ได้อยากห่างจากเพื่อนๆ และสังคมที่เคยทำงานด้วยกัน วันหนึ่ง..ขณะที่กำลังนั่งกินเนื้อย่างและเบียร์ในตอนกลางวันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งโดยปกติคนจะแน่นมากในช่วงเย็นหลังเวลาเลิกงาน แต่ในวันนั้น เขามีความสุขกับการที่ไม่ต้องแย่ง และเบียดเสียดกับใคร รู้สึกว่าไม่.. เหนื่อยกับชีวิต ..เหมือนที่เคย “..ทุกอย่างมีได้มาและเสียไป มันไม่มีทางที่จะได้อะไรทั้งหมดหรอก ความว่างที่ได้มาก็มีทั้ง สิ่งที่ดี และสิ่งที่ไม่ชอบ..” เขาคิด

ฮาวันเล่าให้ฟังว่า เขารู้ตัวแหละว่าขนาดของอิสระในการใช้ชีวิตของเขามันแปรผันตามขนาดของยอดเงินเก็บในบัญชีซึ่งก็ประมาณ 1 ปี ยังไงก็คงต้องกลับไปทำงาน จึงพยายามค้นหาความหมายของคำว่าทำมาหากินในแบบของตัวเขาเอง เขาคิดถึงนิทานตั๊กแตนนักดนตรีกับมดงาน ที่สอนให้เด็กๆ ทุกคนโตขึ้นแล้วตั้งใจทำมาหากินเหมือนมดงาน และสะสมไว้ยามเมื่อหน้าหนาวมาถึง แต่พอโตขึ้นนิทานเรื่องเดียวกันกลับมีเด็กหลายคนซึ่งวันนี้กลายเป็นผู้ใหญ่อยากเป็นตั๊กแตนนักดนตรี คือไม่ใช่เอาแต่มุ่งทำงานแล้วสะสม แต่ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ในทุกๆ วัน  

ในทางตรงกันข้าม ใครว่าเต่าที่เดินไปเรื่อยๆ ช้าๆ แต่ไม่หยุดหย่อนสุดท้ายจะเป็นผู้ชนะกระต่ายซึ่งวิ่งเร็วกว่า แซงไปข้างหน้า แต่จะหยุดอยู่กลางทางสุดท้ายเลยโดนเต่าแซง ..ในชีวิตจริงก็มีผู้คนมากมายที่สามารถทำอะไรรวดเร็วกว่า และไปยืนอยู่กลางทางซึ่งก็เป็นระยะที่ไกลมาก ไกลมากจนกระทั่งเต่าอาจจะไม่มีวันเดินไปถึง..! 

ตอนเป็นเด็ก เขาได้ยินอยู่บ่อยๆว่า ให้ตั้งใจเรียนหนังสือ และประกอบอาชีพที่มีเกียรติเพื่ออนาคตของตัวเอง อย่าไปเป็นศิลปินเลย อาชีพเต้นกินรำกินรายได้ไม่แน่นอน รุ่งเรืองชั่วข้ามชั่วคืนแล้วก็ถดถอย แล้วหลังจากนั้นจะทำอะไรเป็นอาชีพ แต่ความเป็นจริงวันนี้ มีศิลปินเกาหลีมากมายเป็นที่นิยม และชื่นชอบไม่ใช่แค่ในประเทศเกาหลี แต่ในเอเชียและตลาดโลก กำลังสร้างรายได้มหาศาล ซึ่งเขาจินตนาการออกเลยว่า คนเหล่านั้นจะสามารถใช้ชีวิตตามฝันได้ ถ้ารู้จักจัดการกับเงินที่มีอย่างถูกต้อง ต่างกับผู้บริหารองค์กรระดับสูงในเกาหลีมากมายซึ่งใช้ชีวิตตามครรลอง สุดท้ายหลังเกษียณก็เปิดร้านขายไก่ทอดกันแทบทุกคน..!

..ชีวิตมันไม่ต้องเป็นแพทเทิร์น(pattern) ขนาดนั้น  ..ชีวิตมันต้องมีทิศทางอื่นบ้างสิ โดยเฉพาะทิศทางที่ไม่ได้ถูกสอนและปลูกฝังด้วยค่านิยมอย่างที่ยังเป็นกันอยู่..

จะว่าไปเเล้ว ชีวิตของคนโดยทั่วไปก็ไม่ได้ หวือหวา น่าตื่นเต้น หรือต้องมีไฮไลท์ แบบในเรื่องเล่าหรือละครบางเรื่องที่มักถูกกล่าวอ้างให้เป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตที่จะมีจุดพลิกผัน จุดเปลี่ยน ความพยายามดิ้นรน เพื่อมุ่งไปสู่จุดที่ดีกว่าหรือบางทีก็เป็นจุดสูงสุดของชีวิต หลายคน..ที่มีชีวิตที่เรียบง่ายก็มีความสุขของเขาดี ซึ่งก็ดีอยู่เเล้วไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรขนาดนั้น แบบที่ถามๆ กันอยู่เสมอว่า “ทำไมดูเรื่อยๆ…เหมือนไม่พยายามทำอะไรให้ดีกว่านี้เลย?”

ฮาวันถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาโดยไม่ได้ตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิด เพียงแต่ตั้งประเด็นที่เป็นปลายเปิด(open-ended) เพื่อให้คนธรรมดาๆ อย่างเขาซึ่งเขาเชื่อว่ามีอยู่มากมายได้ทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่ยึดกับกรอบและแนวคิดแบบเดิมๆ มากเกินไปจะได้ไม่ต้อง.. เหนื่อยกับชีวิต

อย่างเขาเองก็ชอบที่จะอ่านนิยายที่อิงมาจากเรื่องจริง เเละศึกษาชีวิตของตัวละครซึ่งทำให้เขาเข้าใจชีวิตจริงๆ ของผู้คนโดยทั่วไปและตัวเขาเองมากกว่าการที่จะอ่านหนังสือ How-To แบบคนอื่นๆ

ฮาวันเชื่อว่า ความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีเพื่อมีความสุขในอนาคตไม่ได้ทำให้มีความสุขในวันนี้ แต่ความสุขที่มีในวันนี้จะทำให้มีความหวังอนาคต อัจฉริยะนั้นพ่ายแพ้แก่ผู้มีความพากเพียรแต่รู้ไหม…ผู้มีความพากเพียรกลับพ่ายแพ้ต่อผู้ทำสิ่งต่างๆด้วยความรื่นรมย์

นี่เป็นอีกเเนวคิดหนึ่ง สำหรับคนทั่วๆ ไปที่มีอยู่มากมาย ที่อาจจะอยากลอง เเละปรับเปลี่ยน Mindset บ้าง เป็นการออกจากความคิดเดิมๆ เพื่อใช้ชีวิตในเเบบของตนเอง เเบบที่ตนพอใจ เเละเป็นสุข ตราบใดที่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร

สิ่งที่ฮาวันกำลังชวนพวกเราคุย และฉุกคิดก็คือ อย่าไปยึดติดกับรูปแบบ หรือมาตรฐานบางอย่างมากเกินไป ให้ใช้ชีวิตและมีความสุขในอย่างที่เราเป็น เป็นความพอใจที่เราใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน นี่ก็ทำเลยให้นึกถึง กฎของความพยายามน้อยที่สุด (The law of least effort) ซึ่งจะเล่าให้ฟังในโอกาสถัดไปนะครับ

.

 แล้วพบกันครับ

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>