ปรับตัว ทั่วโลกกับโควิด 19

ปรับตัว โควิด 19
การเปิดทางสู่โลกใหม่
เเชร์ (Share)

ปรับตัว ทั่วโลกกับโควิด 19

คนทั่วโลกรวมถึงตัวเรา กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวกับโควิด 19  ซึ่งถือเป็น Pandemic หรือการระบาดใหญ่ที่มีผลกระทบไปทั่วโลกครั้งล่าสุด

ทุกวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขณะที่หลายๆ คน สูญเสียโอกาส ต้องเปลี่ยนแผน ต้องคิดใหม่ทำใหม่ แต่ก็มีอีกหลายคนมองว่า นี่คือการเปิดทางสู่โลกใหม่ เพราะเขาเห็นโอกาสที่เกิดขึ้นในวิกฤตครั้งนี้

ในช่วงที่มีการจำกัดการเดินทาง และการกักตัวตัวอยู่บ้าน มีผู้คนมากมายรู้สึกหดหู่ ที่ไม่สามารถออกไปไหนได้ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกขังอยู่ใน ‘คุก’ แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งกลับรู้สึกว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่จะได้อยู่ใน ‘วิหารศักดิ์สิทธิ์’ เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่เขาได้มีโอกาสทบทวนถึงสิ่งต่างๆ เพื่อการตกผลึกทางความคิด และก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในโลกใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่เขาไม่เคยได้รับก่อนวิกฤตโควิด 19

เขาเหล่านั้นคือบุคคลที่มองเห็น หรือสามารถหาโอกาสจาก 10 บทเรียนที่เกิดกับสังคมโลกดังต่อไปนี้

1. คาดเข็มขัด

เปรียบเทียบกับการเดินทางโดยใช้ยานพาหนะให้ปลอดภัย คนขับและผู้โดยสารจำเป็นต้องคาดเข็มขัดนิรภัย 

การใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ปลอดภัยในขณะนี้ ก็จำเป็นต้องมีเรื่องของความสะอาด และสาธารณสุขเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มขัดนิรภัย ที่คอยปกป้องเราจากเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลในประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเร่งปรับตัว และให้ความสำคัญกับเรื่องของสาธารณสุขให้มากขึ้น รวมถึงร่วมมือ และประสานงานกับรัฐบาลในประเทศ อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2. คุณภาพต้องมาก่อน

คุณ Fareed Zakaria เปรียบเทียบคุณภาพของรัฐบาลสหรัฐ กับ รัฐบาลไต้หวัน และชี้ให้เห็นว่า คุณภาพในการคิด วิเคราะห์ บริหารจัดการ และการตัดสินใจ คือปัจจัยหลักที่จะจัดการกับการแพร่ระบาด ไต้หวันเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตน้อยมาก และล่าสุดได้ประกาศว่าไม่พบผู้ติดเชื้อแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้ “คุณภาพมีความสำคัญมากกว่าขนาดและความยิ่งใหญ่”

3. ระบบทุนนิยมและอำนาจเงิน

ในระบบทุนนิยม ความสำเร็จ เกียรติยศ คุณค่า และการยอมรับนับถือ มักถูกวัดด้วยขนาดของความมั่งมี เพราะเงินเป็นสื่อกลางที่ใช้ในการครอบครองสิ่งต่างๆ เงินหรือความมั่งมีจึงใช้เป็นเครื่องวัดความสำเร็จของทั้งคน กลุ่มบุคคล องค์กร และประเทศ

แต่ในขณะนี้  เกียรติยศ คุณค่า และการยอมรับนับถือ ควรมอบแด่บุคลากร เช่น หมอ พยาบาล ผู้ที่ทำงานด้านสาธารณสุข รวมถึงบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

การมีเงินไม่ได้หมายถึงการเข้าถึงวัคซีน หรือวัคซีนที่ดีที่สุดได้ เพราะแท้จริงแล้ววัคซีนที่ดีที่สุดนั้นยังไม่มี เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา เพื่อให้สามารถควบคุมและครอบคลุม เชื้อได้จริงๆ

4. ผู้เชี่ยวชาญ

ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ และรับฟังผู้เชี่ยวชาญให้มากขึ้น อย่าให้ความเป็น ‘ตัวตน‘ เข้ามามีบทบาทและสร้างความเสียหาย ให้กับทั้งตนเองและส่วนรวม การที่คนๆ หนึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง เเละมีประสบการณ์มากมายในด้านหนึ่งไม่ได้หมายความว่า เขาจะเก่งและเชี่ยวชาญไปทุกเรื่อง  (คุณ Fareed Zakaria พูดถึง รัฐบาลของประเทศใหญ่ๆ หลายประเทศ ที่ไม่ยอมฟังคำตักเตือนและการชี้แจง จากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข จนในที่สุดก็เกิดการระบาดใหญ่และรุนแรง ในประเทศเหล่านั้น)

ปรับตัว ด้วยการรับฟัง ร่วมมือ ไม่เเบ่งเเยก
รับฟัง ร่วมมือ ไม่เเบ่งเเยก

5. ชีวิตดิจิทัล

เทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่ง ได้กลายเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตไปแล้ว และกำลังมีความเกี่ยวข้องในทุกสิ่งอย่าง เช่น การดูหนังที่บ้านผ่านบริการสตรีมมิง  การซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เดลิเวอรี่ ไลฟ์สดการออกกำลังกายของคลาสฟิตเนส การประชุมออนไลน์ รวมถึงอัตราการใช้เงินสดที่ลดลงอย่างมากเพราะทุกคนหันไปใช้การจ่ายเงินผ่านแอฟพิเคชั่นแทน

6. มนุษย์เป็นสัตว์สังคม

อย่างไรก็ตาม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม คนเราจะพยายามหาโอกาสมารวมตัว เพื่อทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานและสันทนาการ แต่ก็จะมีกฎของการเข้าร่วมมากขึ้น เช่นผับ (Pub) ในประเทศอังกฤษ จะมีการขอรายละเอียดของลูกค้ารวมถึงเบอร์โทรศัพท์ ก่อนการสั่งเครื่องดื่ม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบและลงบันทึก

ในขณะที่มนุษย์ชอบสังคม ไวรัสก็ชอบให้มนุษย์เข้าสังคมเช่นกัน เพราะนั่นจะช่วยให้มันแพร่กระจายตัวได้ง่าย และเร็วขึ้น..!

7. ความยากจนและไม่เท่าเทียม

ความยากจนและไม่เท่าเทียมซึ่งเคยเป็นปัญหาอยู่แล้ว จะทวีความรุนแรงมากขึ้น มีผู้คนมากมายที่อยู่ในสภาวะ รายได้ชนรายจ่ายเดือนต่อเดือนก่อนการระบาด และนับตั้งแต่ช่วงระบาดหนักเป็นต้นมา เขาเหล่านั้นเป็นจำนวนมากได้ตกงาน การขาดรายได้ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง หลายคนเริ่มกู้หนี้ยืมสิน เป็นที่คาดหมายว่า วิกฤตหนี้สินระดับบุคคล ระดับสังคม หรือแม้กระทั่งประเทศ กำลังจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นถัดไป

8. โลกาภิวัตน์ยังคงอยู่

ในขณะที่มีการจำกัดการเดินทางและการปิดประเทศเพื่อควบคุมการระบาด การติดต่อสื่อสาร ความร่วมมือระหว่างกัน และการขนส่งที่ถูกต้องปลอดภัย กลับมีปริมาณและความสำคัญมากขึ้น เป็นโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนรูปแบบไป

และเช่นเดียวกัน เชื้อไวรัสซึ่งเกิดในตำบลหนึ่งในประเทศจีน ก็มีความสามารถในการแพร่กระจายไปถึงประเทศที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโลกอย่างอาร์เจนติน่าได้อย่างง่ายดาย เพราะจริงๆ แล้วในตอนนี้ ไม่มีใครหรือประเทศใดที่สามารถแยกตัวเองออกไปอยู่โดดๆ เพื่อที่จะคงความปลอดภัยได้ต่อไปอีกแล้ว

9. โลก 2 ขั้ว

โลกจะแบ่งออกเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน เป็น 2 ขั้ว ที่มี 1 ขั้วอำนาจเดิมคือสหรัฐอเมริกา และ 1 ขั้วอำนาจใหม่คือจีน ประเทศที่เหลือในโลกต้องปรับตัว เพื่อหาทางจัดการในเรื่องความสัมพันธ์ กับประเทศทั้งสองให้เหมาะสม

10. อุดมคติที่กลายเป็นจริง

โดยปกติแล้ว การค้นคว้าทดลองเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีนชนิดหนึ่ง ต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปี แต่ในวิกฤตครั้งนี้ วัคซีนโควิด 19 กลับถูกค้นพบ ผลิต และนำมาใช้ได้ภายในระยะเวลาแค่ 1 ปี ซึ่งสิ่งนี้เกิดจากการแลกเปลี่ยน การแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน และการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

หรือนี่ ..ถึงเวลาแล้วที่ธรรมชาติได้มาเตือนเราอีกครั้ง ให้ทุกคนเเละทุกสังคม ปรับตัวเข้าหากัน ร่วมมือกัน หยุดการแก่งแย่ง ลดการแบ่งแยก รวมถึงการเลิกหาประโยชน์เพียงส่วนตัวและพวกพ้อง

ประชากรควรถูกมองเป็นประชากรของโลก มากกว่าที่จะเป็นประชากรของประเทศ เพราะโลกาภิวัตน์ จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลกระทบต่อผู้คนไปทั่วโลก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งในแง่ดีและในแง่ที่ไม่พึงประสงค์

.

หนังสือ: บทเรียนเพื่อโลกหลังการระบาด

.

ร้านหนังสือ [Bookshops]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>