คอนเนคชั่นดีๆ ควรมีไว้

คอนเนคชั่น
สานสัมพันธ์ที่มีคุณภาพกับผู้คนรอบตัว
เเชร์ (Share)

คอนเนคชั่นดีๆ ควรมีไว้

การสร้างคอนเนคชั่น (connection) ดีๆ หรือการสานสัมพันธ์ที่มีคุณภาพกับผู้คนรอบตัว นอกจากจะมีส่วนช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้ง่าย และสะดวกขึ้นแล้ว ยังนำมาซึ่งความรู้สึกดีๆ ที่แต่ละฝ่ายต่างมีให้แก่กันและกัน

ความจริงที่ควรรู้

คอนเนคชั่น (connection) ไม่ได้เป็นเรื่องของพรสวรรค์ แรงดึงดูดเฉพาะตัว การเป็นคนชอบเข้าสังคม เเละการเป็นคนเปิดเผย (extroverted) เท่านั้น ทุกคนสามารถสร้างและมี connection ที่ดีได้

จริงๆ แล้วคนที่เป็นคนชอบเก็บตัว (introverted) กลับมีข้อดีในการสานสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ เนื่องจากเป็นคนที่ชอบฟังและพินิจพิเคราะห์ จึงสามารถเก็บรายละเอียดและเข้าใจผู้อื่นได้ลึกซึ้งกว่า

ในขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงกับคนจำนวนมาก และรู้จักผู้คนอย่างมากมาย ก็ไม่ได้หมายถึง การมี Connection ที่ดี เเต่เป็นเรื่องของคุณภาพ ที่เรามีกับแต่ละบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมากกว่า  

เริ่มสานสัมพันธ์

ถ้าเราอยากมี connection เราต้องรู้จักคนที่มี connection ที่กว้างขวาง หรือที่เรียกกันว่า ‘ซูเปอร์คอนเนคเตอร์’ (Super-connector)  เพราะเขาเหล่านั้นจะช่วยเชื่อมโยงเราไปหาคนอื่นๆ ได้ ทำให้เราพบเจอ และรู้จักผู้คนอื่นๆ มากขึ้น เราควรคบเขาไว้ทั้งในแง่เรื่องส่วนตัว และเรื่องการงาน

เราสามารถ ตามหาซูเปอร์คอนเนคเตอร์ ได้หลายวิธี เช่น

ในกรณีของผู้ร่วมงานในที่ทำงาน หรือเพื่อนใหม่ในกิจกรรมกลุ่มที่เป็นงานอดิเรกของเรา ให้ถามเขาว่า

‘ใครเป็นคนชวนมาทำงานที่นี่ / งานนี้’

คำตอบที่เราได้ นั้นแหละครับคือ ซูเปอร์คอนเนคเตอร์ จากนั้นเราก็ขอให้เขาแนะนำให้เรารู้จัก เพื่อที่จะได้เริ่มผูกมิตรและสานสัมพันธ์ต่อได้

หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ให้เริ่มจากการดูรอบๆ ตัวเรา เพื่อหาดูว่า ใครที่เป็นบุคคล VIP หรือคนที่มีความสำคัญมากสำหรับเรา (เช่น คนที่เราสนิทสนม คนสำคัญในที่ทำงาน และคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเรา)

ลองถามตัวเองว่า ใครเป็นคนแนะนำ VIP เหล่านั้น ให้เรารู้จัก จากนั้นจดบันทึกไว้ แล้วลองดูจากรายชื่อ ถ้ามีชื่อคนไหนเยอะๆ  คนนั้นแหละครับ ‘ซูเปอร์คอนเนคเตอร์’

สร้างมิตรภาพที่ดี

มิตรภาพที่ดี พัฒนามาจากความจริงใจ

เปิดเผยตัวเองอย่างเหมาะสม กับคนที่เรารู้สึกดีและดูจะสนิทได้ดีกว่า ซึ่งก็เหมือนกับการแนะนำตัวตอนอยู่ประถมเลยครับ ทำอย่างสบายๆ ไม่ต้องคิดมาก เปิดเผยเรื่องส่วนตัวแบบไม่สร้างภาพ คนที่กำลังฟังส่วนใหญ่ จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างการเปิดเผยกับการสร้างภาพ

คิดถึงเรื่องที่ต้องการเปิดเผยก่อน ว่าต้องการให้เป็นเรื่องใด เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยเรื่องราวของอีกฝ่าย เช่น

ถ้าอยากรู้ว่าเขาให้คุณค่ากับเรื่องอะไร ก็ให้เราเป็นฝ่ายเริ่มที่จะเล่าเกี่ยวกับ ความฝัน และเป้าหมายของเรา

ถ้าอยากรู้ว่าเขามีความสนใจด้านใด ก็อาจเปิดประเด็นด้วยการคุยเรื่องงานอดิเรก สุขภาพ ความรู้เรื่องเงินทอง หรือความสนใจด้านอื่นๆ ของเรา

จากนั้น เปิดโอกาสให้อีกฝ่าย ได้แสดงความคิดเห็น และเล่าเรื่องราวของเขา คอยเตือนตัวเองให้เป็น ‘ผู้ฟัง’ ที่ดี เราเป็นฝ่ายพูดประมาณ 20 – 30% ของการสนทนาก็เพียงพอ

การพูดคุยถึง ความเชื่อ สิ่งที่ชอบ หรือความสนใจที่คล้ายๆ กัน จะเพิ่มความสนิทสนมได้เร็วยิ่งขึ้น โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์เราจะรู้สึกได้ และชอบ ‘ความคล้ายคลึง’ และ ‘ความเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มก้อน’

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ระบุว่า วิธีย่นระยะห่างระหว่างบุคคลที่ดีที่สุดคือ การคุยกันเรื่องความเชื่อ และการมีสไตล์การสื่อสารที่คล้ายคลึงกัน

มีปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสม

ความถี่: งานวิจัยของมหาวิทยาลัยโนเตรอดาม ระบุว่า หากเราขาดการติดต่อกับอีกฝ่ายเกิน 15 วัน  ความรู้สึกดีๆ จะจืดจางลง ในที่นี้..ไม่ได้หมายถึง การต้องเจอกัน อาจแค่โทรคุย ส่งไลน์ หรือใช้โซเชียลมีเดีย (social media) อื่นๆ ก็ทำได้ และเพียงพอ ประเด็นคืออย่าขาดการติดต่อ

คอนเนคชั่น ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง
ติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ

ซุบซิบ: เป็นธรรมดาของการพูดคุย ที่อาจจะมีการกล่าวถึงคนอื่นๆ การได้ซุบซิบมักช่วยสร้างความสนิทสนมได้รวดเร็ว แต่ให้ซุบซิบในทางบวก เช่น การเอ่ยชมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังพูดคุย

คำถาม: มีคำถาม 2 แบบที่จะช่วยเพิ่มความสนิทสนมได้ คือ

1. ถามเกี่ยวกับความเป็นไปในปัจจุบัน

2. ถามว่า ‘ตอนนี้มีความสุขแค่ไหน’

ไม่ว่าคำตอบจะออกมาในแง่บวกหรือแง่ลบ ระดับความสุขอีกฝ่ายจะสูงขึ้น และรู้สึกสนิทสนมกับเรามากขึ้น เนื่องจากคำถามทั้งสองแสดงถึงความใส่ใจ และการอยากรับฟังเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนรวมถึงตัวเราเองรู้สึกดี

ติดต่ออีกครั้ง: การติดต่อเพื่อน หรือคนที่รู้จักอีกครั้ง (Reconnecting) หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมาซักพักเป็นเรื่องที่ควรทำ ทุกๆ 3 เดือนให้ลองไล่ดูรายชื่อในโทรศัพท์ ถ้ามีคนไหนที่เราไม่ได้ติดต่อมาซักพักแล้ว ให้ติดต่อไป และทำเรื่อยๆ จนเป็นนิสัย

เสน่ห์ดึงดูดใจ

วิธีสร้างเสน่ห์ ดึงดูดใจคน และมีมิตรภาพที่ดี คือ การเป็นผู้ฟังอย่างกระตือรือร้น (Active Listening) และถามกลับด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ตรงประเด็น และโดนใจ เป็นการบอกว่าเราสนใจ และตั้งใจฟังเขาพูด

แสดงความเข้าอกเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติ หลีกเลี่ยงท่าทางที่แข็งทื่อ ที่ดูเหมือนเป็นการไร้ความรู้สึกและไม่มีส่วนร่วมกับสิ่งที่กำลังพูดคุย

การแบ่งปันเรื่องราว (Story Sharing) ก็มีส่วนช่วยให้ประเด็นที่พูดคุย มีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะจะทำให้ผู้ฟังสามารถจินตนาการตาม การพูดคุยจึงออกรสออกชาติมากขึ้น ทำให้เขารู้สึกดีและสนุกที่ได้พูดคุยกับเรา

คอนเนคชั่นในแบบของเรา

คอนเนคชั่น เป็นเรื่องของปัจเจก คือเรื่องของแต่ละบุคคล เราเองต้องเป็นผู้กำหนดว่าเราอยากมี Connection แบบไหนที่ทำให้ชีวิตเรามีความสุข

เริ่มจากการวางเกณฑ์ในอุดมคติ (Ideal) ว่าต้องการคบคนแบบไหน คนแบบไหนจะช่วยส่งเสริมการใช้ชีวิตในแบบของเรา ทำให้เราประสบความสำเร็จ และมีความสุข

จากนั้นก็ค่อยๆ เริ่มสานสัมพันธ์กับคนที่เราอยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หมั่นตรวจสอบดูว่า บุคคลที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น มีความใกล้เคียงกับบุคคลในอุดมคติมากน้อยเพียงใด

โดยมากแล้ว ยิ่งใกล้เคียงก็จะยิ่งดี แต่คงไม่มีใครเป็นไปได้อย่างในอุดมคติของเราทุกอย่าง อย่าพยายามหาคนที่สมบูรณ์แบบ เพราะคนที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง เเต่ให้เลือกคบหากับคนที่มีแนวคิด และวิธีการใช้ชีวิต ที่สามารถช่วยส่งเสริมการใช้ชีวิตในเเบบของเรา

.

หนังสือ: สร้างคอนเน็กชั่นแกร่งด้วยจุดแข็งของมนุษย์อินโทรเวิร์ต

.

ร้านหนังสือ [Bookshops]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>