การตัดสินใจ

การตัดสินใจ
การตัดสินใจเเละผลลัพธ์ที่เเตกต่าง
เเชร์ (Share)

การตัดสินใจ มีผลโดยตรงกับการกระทำ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต่างกันไป

ในหนึ่งวันเรามีเรื่องที่ต้องตัดสินใจมากมาย ทั้งที่เป็นการตัดสินใจแบบ “รู้ตัว” และ “ไม่รู้ตัว” ซึ่งเป็นสัญชาตญาณหรือความเคยชิน เเละนั่นทำให้คนสองคนซึ่งมีพื้นฐานในด้านความรู้ความสามารถโดยรวมเท่าๆ กัน กลับมีหนทางชีวิตที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ธุรกิจ หน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัว

เราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยเหตุผลอย่างที่ตัวเราเองคิด และนั่นนำมาสู่ประโยคที่เราจะได้ยินกันบ่อยๆ

“..โธ่เอ๊ย..ไม่น่าเลย น่าจะรอบคอบอีกสักนิด..”

“..เรื่องง่ายๆ อย่างนี้พลาดได้ยังไงนะเรา..”

“..ทำไมเราถึงใจร้อนนักนะ ตัดสินใจอย่างนั้นไปได้ยังไงกัน..”

การตัดสินใจมีอะไรมากกว่าที่คิด ..มาเข้าใจตัวเราเองมากขึ้นผ่านระบบการคิดสองแบบนั่นคือ ‘คิดเร็ว’ และ ‘คิดช้า’ ซึ่งทำหน้าที่กำหนด การตัดสินใจและพฤติกรรมทั้งหมดของมนุษย์

ระบบแรกคือระบบคิดเร็ว จะเป็นการคิดแบบไวๆ ทำตามสัญชาตญาณ ทักษะที่ฝึกมาอย่างดีจนคล่องแคล่ว ไม่ต้องใช้สมาธิมาก เรียกได้ว่าทำไปตามธรรมชาติ  ซึ่งเป็นระบบที่มีความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์(Survival Mode) ส่วนระบบที่สองคือระบบคิดช้า จะเป็นเรื่องของการพินิจพิเคราะห์ การใช้เหตุผล การโฟกัสในการทำอะไรสักอย่างที่ซับซ้อน หรือมีความยากมากขึ้น ซึ่งระบบนี้นำไปสู่ความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์ผ่านการวิเคราะห์และวางแผนอย่างต่อเนื่อง(Progressive Mode)

การตัดสินใจที่ผิดพลาดส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก การที่เราเข้าใจว่าเราได้ใช้เหตุผลและดูอย่างดีแล้วในสิ่งที่ต้องใช้การวิเคราะห์ คือการใช้ระบบสอง หรือคิดช้าคิดที่ถ้วน แต่สมองของเรากลับไปใช้ระบบหนึ่ง หรือการคิดเร็วแบบสัญชาตญาณและทักษะที่ฝึกจนคล่องแคล่วแล้วโดยไม่รู้ตัว

ลองดูเส้นด้านล่างทั้ง 2 เส้นครับ เส้นไหนยาวกว่ากันครับ..?

การตัดสินใจ
ควรคิดเร็วหรือคิดช้า

สำหรับทุกคนที่ดูแล้วเปรียบเทียบเส้นทั้งสองเป็นครั้งแรกจะตอบเหมือนกันว่า เส้นบนต้องยาวกว่านี้แน่นอน จนกระทั่งถูกถามอีกครั้งหนึ่ง จึงค่อยๆ พินิจพิเคราะห์ บางคนใช้การดูที่จุดปลายของเส้นทั้งสอง จึงเห็นว่า ปลายทั้งสองข้างของเส้นบนและเส้นล่างอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน นั่นแปลว่าความยาวเท่ากัน หรือบางคนอาจจะเอาไม้บรรทัดมาวัดความยาวของเส้นเลย จึงได้รู้ว่า เส้นทั้งสองมีความยาวเท่ากันพอดี นี่ล่ะครับคือ การตัดสินใจ และตอบโดยไม่รู้ตัวเลยว่า เราเผลอไปใช้ระบบหนึ่งคือการคิดเร็ว แทนที่จะใช้ระบบสองคือการคิดช้าในการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจเเละตอบได้อย่างถูกต้อง

ลองมาดูอีกสักหนึ่งคำถามที่ใช้ในการถาม ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความรู้ความสามารถหลายๆ คน รวมถึงกลุ่มตัวอย่างของนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยระดับไอวีลีก(Ivy League) ของประเทศสหรัฐอเมริกา

ราคารวมของไม้ตีกับลูกบอลนั้นอยู่ที่ 1.10 ดอลล่าร์  โดยที่ราคาของไม้ตีนั้นแพงว่าลูกบอล 1 ดอลล่าร์ ถามว่าลูกบอลราคาเท่าไร..?”

คำตอบที่ได้จากทุกคนคือ ลูกบอลราคา 0.10 ดอลล่าร์ (หรือ 10 เซนต์)

โดยทั่วไป เหมือนเราจะรู้ตัวครับว่า ต้องใช้ระบบสองในการคิด แต่ในความเป็นจริง ทุกๆ คนกลับไปใช้ระบบหนึ่งในการคิดโดยไม่รู้ตัว หรืออาจจะมาจากความขี้เกียจ ความเผลอเรอคือเห็นเป็นเรื่องง่าย ไม่เห็นต้องคิดอะไรมากดังนั้น การตัดสินใจ จึงผิดพลาด 

ลองคิดดูดี ๆ ครับ หากลูกบอลราคา 0.10 ดอลล่าร์ แสดงว่าราคาไม้ตีจะอยู่ที่ 1.0 ดอลล่าร์ (1.0+0.1 = 1.10) โจทก์บอกว่าไม้ตีนั้นแพงว่าลูกบอล 1 ดอลล่าร์ แต่ 1.0-0.1 = 0.9   ดังนั้นจึงเป็นคำตอบที่ผิด

คำตอบที่ถูกต้องคือ ลูกบอลราคา 0.05 ดอลล่าร์ (หรือ 5 เซนต์) เพราะ

1.05-0.05 = 1 (ราคาของไม้ตีนั้นแพงว่าลูกบอล 1 ดอลล่าร์) และ

1.05+0.05 = 1.1 (ราคารวมของไม้ตีกับลูกบอลอยู่ที่ 1.10 ดอลล่าร์)  ตามที่โจทก์บอก

เห็นไหมครับว่า การตัดสินใจที่ผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยๆ โดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว โจทย์ด้านบนไม่ใช่แค่เพียงเราเท่านั้นที่ตอบผิด ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความเชี่ยววชาญด้านตรรกะและการใช้เหตุผล ผู้มีความรู้ความสามารถ รวมถึงนักศึกษาในมหาวิทยาลัยระดับไอวีลีกที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ต่างก็ให้คำตอบเช่นเดียวกับเรา

คนเรามักจะตัดสินใจผิดพลาด ตัดสินใจเร็วเกินไป และบางทีอาจเรียกว่าตัดสินใจแบบอัตโนมัติ ในสถานการณ์ที่เรารู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย อารมณ์ดี ไม่เครียด มีความเชื่อมโยงมาจากอดีต มีความประทับใจ และมีสัญลักษณ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

“..การตัดสินใจในที่ประชุมที่มีบรรยากาศของการประชุมที่ราบรื่น มีความเป็นกันเอง รวมถึงความสนุกสนานในการพูดคุยบางประเด็น มักจะทำได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีหลายครั้งที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด เพราะมองข้ามประเด็นสำคัญหรือยังขาดข้อมูลที่มากเพียงพอ เนื่องจากการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมประชุมด้วยการใช้ระบบหนึ่ง(คิดเร็ว) โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว และยังนึกว่าตัวเองได้ใช้ระบบสอง(คิดช้า) ซึ่งคือการพิจารณาที่ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว..”

“..มากกว่า 90% ของผู้เข้าร่วมสัมมนาจะรู้สึกเชื่อในสิ่งที่ผู้นำเสนอ ได้นำเสนอและกล่าวถึง ในการสัมมนา ถ้าผู้นำเสนอแต่งตัวดี และสุภาพเรียบร้อย ทั้งๆ ที่ การนำเสนอ อาจจะทำได้ไม่ดีนัก หรือเนื้อหาที่นำเสนออาจจะไม่ใช่ ข้อเท็จจริงทั้งหมด..”

“..ลูกค้าของผลิตภัณฑ์าครีมบำรุงผิว มักจะเดินเข้าไปถามข้อมูลและทำการซื้อกับเคาน์เตอร์ที่มีคนขาย สวมชุดกราวสีขาวและดูสะอาดสะอ้าน ทั้งๆ ที่พนักงานเหล่านั้นอาจไม่ได้มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์และผิวพรรณมากนัก..”

การทำการศึกษาเหล่านี้ ได้ชี้ให้เห็นชัดว่า เราควรใช้สติมากขึ้นเพียงใดในเรื่องของ.. การตัดสินใจ ..โดยเฉพาะเรื่องที่เราเห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ รู้กันอยู่แล้วไม่เห็นต้องคิดนาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจไม่ได้ง่ายหรือซับซ้อนกว่าที่คิด การฝึกทักษะการตัดสินใจที่ถูกต้องโดยพยายามคิดให้ช้าลงจึงมีความสำคัญอย่างมากกับเราในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การทำธุรกิจ เเละการใช้ชีวิตส่วนตัวเพื่อให้เเต่ละ.. การตัดสินใจ ..นำพาเราไปสู่สิ่งที่ใช่เเละสิ่งที่มุ่งหวัง จะได้ไม่เกิดความผิดพลาด ความเสียดาย หรือแม้กระทั่งความเสียหายเหมือนที่อาจเคยเกิดขึ้นในอดีต

ในตอนหน้า เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับข้อแนะนำและข้อควรระวัง ที่มีผลมาจากระบบการคิดทั้งสองแบบ รวมถึงตัวอย่างในการตัดสินใจต่างๆ เพื่อชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง   ..แล้วพบกันครับ

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>