การตัดสินใจ (ตอน 3)

การตัดสืนใจ
ข้อเท็จจริงในส่วนสุดท้าย
เเชร์ (Share)

การตัดสินใจ (ตอนที่ 3)

มาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะครับ สำหรับเรื่องของการตัดสินใจ เรามาดูข้อเท็จจริงในส่วนสุดท้าย และบทสรุปขั้นตอน การตัดสินใจที่ถูกต้องด้วยกันเลยครับ

ความคาดหวังเป็นสิ่งปกติที่มีอยู่ในตัวเราทุกคน แต่รู้ไหมครับว่าความคาดหวังนี้เองที่มีอิทธิพลต่อ.. การตัดสินใจ ..อย่างมาก

ในการทดลองที่ให้คนสองคนมีแต้มในมือเท่ากันคือ 150 แต้ม แล้วสองคนนั้นต้องมาเล่นเกมส์แข่งกัน โดยผู้ชนะจะได้รับ 50 แต้มจากอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อจบแต่ละเกมส์จะมีการโอนแต้มตามผลของการแข่งขัน สำหรับผู้ชนะแล้วการได้ 50 แต้มเป็นเรื่องดีเพราะเขารู้สึกได้ครอบครองสิ่งใหม่ที่เป็นเครื่องหมายของชัยชนะ แต่สำหรับผู้แพ้การที่ต้องเสีย 50 แต้มไปให้อีกฝ่ายหนึ่ง จะมีความรู้สึกมากเป็นสองเท่าของความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง

นี่เป็นเพราะว่ามนุษย์เราทุกคนเกลียดความสูญเสีย และมีความคาดหวังว่าเขาจะไม่สูญเสียในสิ่งที่เขาเคยครอบครอง พฤติกรรมแบบนี้ได้ถูกทำการศึกษาและสรุปผ่านทฤษฎีที่ชื่อว่า Prospect Theory หรือทฤษฎีแห่งความคาดหวัง ซึ่งทำให้คุณ Daniel Kahneman ผู้ค้นพบได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ที่สามารถสะท้อนข้อเท็จจริงในเชิงจิตวิทยาที่มีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคน

ทุกการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน มนุษย์เราจะเลือกทำการตัดสินใจ ในทางที่ไม่ให้เกิดความสูญเสีย ซึ่งหลายๆ ครั้งลืมไปว่า การเสียบางสิ่งบางอย่างออกไปเพียงเล็กน้อย ก็เพื่อให้ได้บางสิ่งบางอย่างกลับคืนมาซึ่งมีค่ามากกว่า มันคือการแลกเปลี่ยนไม่ใช่การสูญเสีย ดูอย่างใกล้ๆ ตัวเรา เรื่องการจอดรถ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ เวลาหาที่จอดรถ จะเลือกจอดในสถานที่ๆ ไม่เสียค่าจอด ซึ่งส่วนมากแล้วค่าจอดรถก็มีราคาที่ต้องจ่ายเพียงเล็กน้อย ถ้าในประเทศไทยก็ 20-50 บาท แต่พวกเราส่วนมากเลือกที่จะวนไปจอดในพื้นที่อื่น หรืออาคารอื่นที่สามารถจอดรถได้ฟรี นี่ก็รวมไปถึงผู้ที่มีฐานะดี มีรายได้สูง ซึ่งต่างก็มีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน เพราะภายในจิตใต้สำนึกของทุกคนแล้ว มันไม่ใช่มูลค่า 50 บาท ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับรายได้ของ หลายๆ คนแต่มันเป็นเรื่องของการสูญเสีย “สิ่งที่มี..สิ่งที่ครอบครอง”

การตัดสินใจ สละบางสิ่งเพื่อสิ่งที่ดีกว่า
สละบางสิ่ง เพื่อสิ่งที่ดีกว่า

ในการใช้ชีวิตแต่ละวันทั้งในโลกธุรกิจและโลกส่วนตัว เราจึงต้องคอยเตือนตัวเองถึง ‘จิตใต้สำนึก’ นี้ให้ดีเพื่อไม่ให้เรา ‘ตัดสินใจพลาด’ และนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ‘เสียน้อยเสียยาก..เสียมากเสียง่าย’

ธุรกิจและการลงทุน

โปรเจค(Project) ทางธุรกิจที่ขาดทุน และไม่มีแนวโน้มว่าจะกลับมาทำกำไร เราต้องยอมตัดมันออกไป เพื่อใช้ทรัพย์สินและเงินทุนในส่วนที่ยังมี รวมถึง ‘เวลา’ ไปโฟกัสในโปรเจคอื่นๆ ที่ใช่ ที่ทำกำไร ไม่ควรยื้อหรือฝืนทำต่อ เพราะจะทำให้ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่ต้องกลัวเสียหน้าแต่ควรที่จะเดินหน้า ..ใช้เวลาและเงินทุนไปกับสิ่งที่ใช่

การบริหารงานและการจัดการ

การบริหารงานและการจัดการก็เช่นกัน ควรที่จะรู้จักเอาท์ซอร์ส(outsource) หรือจ้างบุคคลภายนอกให้มาทำงานที่มีความสำคัญน้อยกว่า เราจะได้มีเวลาเพื่อที่จะไปโฟกัสในส่วนงานที่มีความสำคัญต่อรายได้ของบริษัทมากกว่า มีผู้ประกอบการหลายรายที่ติดกับดักคำว่า “ไม่เอา..เสียดายเงิน..เเค่นี้ต้องทำกันเองได้” ก็เลยพยายามทำทุกอย่างเอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จึงทำให้ธุรกิจไม่สามารถเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากใช้เวลาไปกับงานเล็กๆ มากกว่าที่จะใช้เวลาไปกับเรื่องที่สำคัญ เช่น การหาลูกค้าใหม่ๆ การวิเคราะห์สินค้าที่ขายดี กลยุทธ์ด้านราคาและการให้เครดิต ที่มีผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของบริษัท

การใช้ชีวิต

สำหรับคนที่มีครอบครัว แล้ววันหนึ่ง …ลูกได้มาบอกเราว่า จะให้คุณพ่อหรือคุณแม่ไปดูการแสดงของเขาที่โรงเรียน เพราะเพื่อนๆ ต่างก็มีคุณพ่อคุณแม่มาช่วยกันเชียร์กันทั้งนั้น เขาก็อยากได้กำลังใจแบบนั้นเหมือนกัน อยากให้ตัดสินใจลางานหรือกิจธุระ แล้วไปชมการแสดงของลูก เขาจะดีใจมากและรู้สึกได้ถึงความรักและกำลังใจจากเรา ‘ผู้เป็นพ่อแม่’ ไม่ต้องเป็นห่วงงาน หรือการประชุมประจำเดือน (เสียดายเวลา “งาน”)  ..ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ แต่ถ้าเทียบความสำคัญแล้วมันไม่สามารถเทียบกับสิ่งแรกได้เลย ..อีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อเขาโตขึ้น ไม่มีใครจำได้หรือสนใจหรอกว่า เราลาหยุดงานหรือไม่ได้เข้าร่วมประชุมในวันนั้น แต่ลูกของเราจะจำความรู้สึกดีๆ ที่เราทำให้เขาในวันนั้นได้แน่นอน..! 

ในด้านอื่นๆ ของชีวิตก็เช่นกัน อย่าให้ใจไปจดจ่อแต่คำว่า “ไม่อยากสูญเสีย” พยายามมองภาพใหญ่ให้ออกว่า มันไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ากว่า ทำให้ทุก.. การตัดสินใจ ..เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เราจะได้ไม่มาเสียใจในภายหลัง

ในส่วนสุดท้าย ขอสรุปขั้นตอนของการตัดสินใจที่ถูกต้อง สำหรับคนทำงานไม่ว่าจะเป็น เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร นักจัดการ ผู้นำองค์กรต่างๆ เพื่อที่จะทำให้ทุก.. การตัดสินใจ ..เป็นไปอย่างมีระบบ มีเหตุผลรองรับ และมีความรอบคอบซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการดังนี้

  • กำหนดขอบเขตและผลลัพธ์ที่ต้องการ (Scope & Expected Result) ..ระบุหรือเขียนออกมาให้ชัดเจน ถึงขอบเขตของเรื่องที่กำลังต้องตัดสินใจ อย่าพยายามใช้แค่การนึกคิด เพราะอาจจะทำให้พลาดหรือลืมประเด็นสำคัญบางส่วนได้ คิดให้รอบคอบว่า อะไรคือเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่อยากได้จริงๆ จากการตัดสินใจครั้งนี้
  • รวบรวมทางเลือก (Option) ..อย่าด่วนสรุป และปักใจเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พยายามหาทางเลือกให้ได้มากที่สุดหรืออย่างน้อยก็ต้องมี 3 ทางเลือกที่แตกต่างกัน เพื่อหาว่าอะไรที่จะเป็นไปได้จริงๆ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • วิเคราะห์ (Analysis) ..ทำการวิเคราะห์ทางเลือก โดยดูที่ข้อดี ข้อเสีย (Advantage, Disadvantage) ของแต่ละทางเลือก รวมถึงความเสี่ยง (Risk) และแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น
  • ตัดสินใจ (Decision) ..ตัดสินใจเลือก ‘ทางเลือก’ ที่ดีที่สุด ณ ตอนนั้น บางครั้งหากมีทางเลือกที่ดีพอๆ กัน อาจจะต้องใช้สัญชาตญาณ  และวิจารณญาณส่วนตัวในการช่วยตัดสินใจด้วย แต่ขอให้เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำ หลังจากที่มีการใช้ ‘ระบบสอง’ คือการวิเคราะห์ การไตร่ตรอง ตามเหตุและผล อย่างรอบคอบแล้วเท่านั้น
  • ประเมินผล (Evaluation) ..หลังจากได้ทำการตัดสินใจไปแล้วในแต่ละครั้ง ให้ประเมินผลการตัดสินใจนั้นๆ ด้วย เพื่อเรียนรู้ และนำมาเป็นข้อสรุปอ้างอิง หรือการปรับปรุงสำหรับการตัดสินใจครั้งต่อไป

อย่าลืมเรื่องทฤษฎีแห่งความคาดหวัง (Prospect Theory) รวมถึงแนวทางแก้ไขข้างต้นนะครับ เพราะมันจะช่วยทำให้เราทำการตัดสินใจแบบเป็นระบบและถูกต้องมากขึ้น

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>