หงุดหงิดง่าย ทำไงดี

หงุดหงิดง่าย
ชีวิตประจำวันที่มีเรื่องเยอะแยะให้คิดเต็มไปหมด
เเชร์ (Share)

หงุดหงิดง่าย ทำไงดี

อย่าไปเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อย

การใช้ชีวิตประจำวันที่แสนจะวุ่นวาย ชีวิตประจำวันที่มีเรื่องเยอะแยะให้คิดเต็มไปหมด บางเรื่องก็เหมือนสำคัญ แต่พอมาดูจริงๆ ก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น หรือบางเรื่องก็ไม่รู้จะคิดไปทำไม ถ้ามันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ด้วยตัวเราเองเพียงลำพัง เราต้องมองให้ออกว่าอะไรที่เราควรใส่ใจ และอะไรที่เราควรปล่อยมันไป อย่าไปเสียเวลากับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมของเพราะจะทำให้เราเป็นคนที่.. หงุดหงิดง่าย

รับฟัง..เคล็ดลับของการสื่อสารที่ทรงพลัง

เราทุกคนคงเคยหงุดหงิดกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นความคิดของเขา ทัศนคติ หรือความเชื่อที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว รวมไปถึงการกระทำบางอย่าง ที่เราไม่เห็นด้วย สถานการณ์ในตอนนั้นมันทำให้เรา.. หงุดหงิดและหัวเสียมาก ซึ่งบ่อยครั้งที่เรามักจะตอบโต้ออกไปด้วยอารมณ์

เมื่อไหร่ที่มีคนมาแสดงความเห็นที่ขัดแย้ง เราก็พยายามโต้เถียงเพื่อให้เราจะได้เป็นฝ่ายชนะ บางทีเราก็ทำให้ผู้นั้นอับอาย หรือไม่เราก็เป็นฝ่ายอับอายเสียเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ..พอเราหันกลับมามองดูเรื่องเหล่านั้นอีกครั้ง เรากลับคิดที่ว่า เฮ้อ..ตอนนั้นไม่น่าเลย.!

หงุดหงิดง่าย ? ..ลองชะลอการตอบโต้ และเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้ฟังที่ดีกว่าเดิม มันจะช่วยให้เรานั้นสุขสงบขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการขัดจังหวะคนอื่นในขณะที่เขากำลังพูด การเป็นผู้ฟังที่ดีจะทำให้ความเครียดของเราลดลง ได้มุมมองมองใหม่ๆ ผ่อนคลายกับคนที่เราคุยด้วย ในขณะเดียวกัน..เขาคนนั้นก็จะรู้สึกปลอดภัยเมื่อคุยกับเรา คือแทนที่เราจะได้ยืนยันในสิ่งที่เราเชื่อมั่น ลองเปลี่ยนไปถามเขาว่า ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายหรือเสียหน้า แต่มันคือเคล็ดลับของการสื่อสารที่ทรงพลัง เพราะไม่ว่าใครก็อยากจะมีคนที่คอยรับฟังเขาจริงๆ ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นจะทำให้เกิดการรับฟัง และการสื่อสารที่ดีขึ้น

รับได้..มันเป็นเรื่องปกติ

“รถเป็นรอย..ไปโดนอะไรมาตอนไหนเนี่ย โอ้ย.! หงุดหงิด จังเลย ”

“สวนหน้าบ้านตรงนี้ หญ้าขึ้นมาไม่ตรงแนว ดูไม่เรียบร้อยเลย เห็นแล้วมันหงุดหงิด”

“ต้องแบบนี้เท่านั้นน่ะ ฉันถึงจะรับได้ อย่ามาทำให้ฉัน หงุดหงิด เข้าใจไหม ”

หงุดหงิดง่าย เกินนิดขาดหน่อยก็ไม่ได้ ต้องเพอร์เฟค จริงๆ แล้วก็มีแค่บางเรื่องบางอย่างเท่านั้นที่ต้องเป๊ะ ต้องเพอร์เฟคไว้ก่อน แบบนั้นเราไม่นับ แต่กับหลายๆ เรื่องที่ไม่ถึงกับต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา เราก็ควรปล่อยบ้าง ให้มองถึงสิ่งที่เป็นไปได้ และกำลังเกิดขึ้นจริงมากกว่าความพยายามที่จะมองหาส่วนที่ยังไม่ครบ หรือข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอดเวลา อย่าลืมไปว่า…ไม่เคยมีนักบาสเกตบอลระดับโลกคนไหนที่สามารถชู๊ตลูกลงห่วงได้ตลอดเวลา…เรื่องอื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน เรื่องอื่นๆ ที่ว่าก็คือ 98% ของโลกนี้ซึ่งมันไม่ได้เพอร์เฟค แต่ทุกอย่างก็ทำหน้าที่ของมันและเป็นอย่างที่มันเป็นจนถึงทุกวันนี้

หงุดหงิดง่าย ไม่มี นักบาส คนไหนที่ชู๊ตลงห่วงทุกครั้งหรอก
ไม่มีนักบาสคนไหนที่ชู๊ตลงห่วงทุกครั้ง

รับสุข..ในทุกช่วงเวลา

ความสุขของเราขึ้นอยู่กับ ความสามารถในการเลือกตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ในแต่ละวันเราไม่รู้หรอกว่า จะเจอกับเรื่องอะไรบ้าง ..เดินซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตอยู่ดีๆ แต่แล้วมีคนหนึ่งเดินมาชนเราอย่างจัง ขอโทษเร็วๆ แบบไม่หันมามอง แล้วรีบเดินกึ่งวิ่งจากไป เราอาจจะรู้สึกเจ็บบ้างแต่จะโกรธมากกว่า ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น ก็ให้ลองคิดว่าเขาอาจจะมีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ เช่นอาจจะมีเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้นกับครอบครัวแล้วเขาเพิ่งทราบ ก็ให้อภัยเขาไป

เวลาที่รถติด ก็ให้ฟังเพลง ฟังข่าว และถือโอกาสสำรวจรอบๆ มองผ่านกระจกออกไป เพื่อดูสิ่งต่างๆ ได้ความเพลิดเพลิน และอาจได้สังเกตอะไรใหม่ๆ  ดีกว่าจะมานั่งหัวเสีย เเละหงุดหงิดกับการจราจรที่คับคั่งซึ่งเป็นปกติในเมืองใหญ่

การเดินเป็นการผ่อนคลายที่ดีซึ่งช่วยลดอาการหงุดหงิดได้มาก อย่ามุ่งแต่ทำงานทั้งวัน ให้หาโอกาสพักเป็นช่วงๆ โดยการเดินไปหาเพื่อนร่วมงานในแผนกอื่นๆ เพื่อพูดคุยบ้าง เดินออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง หรือช่วงพักเบรคตอนกลางวัน ลองใช้วิธีการเดินออกไปทานข้าวกลางวันแทนที่จะขับรถไปหรือสั่งซื้อเข้ามากิน

รับรู้..เพื่อปรับเปลี่ยน

ทัศนคติ และความคิดในแบบที่เป็นตัวเรา จะไปกับเราทุกที่ เวลาที่เราเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ ไปยังสถานที่ใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งไปเที่ยวพักผ่อน ถ้าจิตใจเรายังจดจ่อกับความบกพร่อง ความไม่พร้อม ความไม่สมบูรณ์ ใจเราก็จะไม่เคยมีความสุข และรู้สึกหงุดหงิดตลอดเวลา เพราะมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง ไม่ว่าสถานที่นั้นจะสวยงามมากแค่ไหน อาจจะมีคนดีๆ ที่ชื่นชมและพร้อมเป็นมิตรกับเราอยู่ แต่ถ้าใจเราคอยเเต่จะมองหาข้อบกพร่อง หรือข้อติเตียนแล้ว มันย่อมหาได้เสมอ แล้วเราก็จะพลาดสิ่งดีๆ ไปเพราะสิ่งเหล่านั้นถูกมองข้าม

การเปลี่ยนแปลงจึงต้องเริ่มที่ตัวเรา คนที่มีทัศนคติ ความคิดในเชิงบวก และอารมณ์ขัน มักจะหาเรื่องราวดีๆ ได้จากเหตุการณ์หรือสถานที่เดียวกันและมีความสุขมากกว่า

ถ้าเราเป็นคนที่.. หงุดหงิดง่าย ..อยู่บ่อยๆ คงต้องเปิดใจยอมรับ เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ค่อยๆ ปรับทีละเล็กละน้อย ทัศนคติเป็นสิ่งที่อยู่ในตัวเรามานาน ให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่มีความก้าวหน้า แล้ววันหนึ่งเราจะเป็นคนที่มีอารมณ์ดีขึ้น มีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะรู้สึกด้วยตัวเองหรืออาจจะมีคนมาบอกเรา

รับไว้..ด้วยใจเบิกบาน

ให้เบิกบานเมื่อรู้สึกดี และไม่ลนลานเมื่อรู้สึกแย่ ชีวิตคนย่อมเคลื่อนไหวอยู่เสมอ  มีขึ้นและมีลง บางทีเลี้ยวซ้าย บางคราวก็หันกลับมาขวา เดินหน้า แล้วบางครั้งก็ต้องหยุดพักบ้าง บางทีก็ถอยกลับมาเพื่อตั้งหลักเปลี่ยนทิศทาง ซึ่งถือเป็นสัจธรรม และสีสันของชีวิต ประเด็นคือเราต้องพยายามหาข้อดี และสิ่งที่เรายังมีในสถานการณ์ต่างๆ ให้เจอ รู้สึกดี และมีความสุขไปกับมันเพราะหงุดหงิด หรือพร่ำบ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ เอาเวลาไปหาเรื่องดีๆ ทำกันดีกว่า

เมื่อเรามองย้อนกลับไปในอดีต จะมีสักกี่คนที่พึงพอใจกับชีวิตที่ตึงเครียดขนาดนั้นของตัวเอง จริงๆ เเล้ว เราน่าจะใช้เวลากับผู้คนและกิจกรรมที่เรารักอย่างแท้จริงให้มากขึ้น เเละเสียเวลาให้น้อยลงกับการกำหนดกฎเกณฑ์ของสิ่งต่างๆ ที่เคร่งคัดจนเกินไป

สุดท้าย ลองมาดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย จากหนังสือ DON’T SWEAT THE SMALL STUFF ที่น่าสนใจ เเละ น่าจะลองนำไปปรับใช้ได้กันดูนะครับ

  • อย่าเสียเวลากับเรื่องเล็กๆ
  • ปรองดองกับความไม่สมบูรณ์แบบ
  • เลิกคิดว่าคนอ่อนโยน และผ่อนคลายจะไม่ประสบความสำเร็จในระดับสูง
  • บ่มเพาะความเมตตากรุณา
  • อย่าขัดจังหวะคนอื่น หรือชิงต่อประโยคให้พวกเขา
  • ทำสิ่งดีๆ เพื่อคนอื่น โดยไม่ต้องบอกให้ใครรู้
  • ยอมให้คนอื่นได้หน้า
  • เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>