พูดไม่เก่ง แต่โดนใจ

พูดไม่เก่ง เเต่โดนใจ
สะกดผู้ฟังให้เข้าใจ เเละคล้อยตาม
เเชร์ (Share)

พูดไม่เก่ง แต่โดนใจ

คนเราต่างก็มีความถนัดแตกต่างกันไป ซึ่งรวมไปถึงความถนัดในด้าน ‘การพูด’ บางคนพูดได้คล่องแคล่ว สื่อสารได้น่าฟัง และชวนติดตาม

แต่ก็มีอีกหลายคนที่รู้สึกว่า ตัวเองไม่สามารถพูดออกไปได้อย่างที่ใจคิดหรือต้องการทั้งหมด หรือในอีกลักษณะหนึ่งคือ พูดแล้วไม่โดนใจ เข้าไม่ถึงผู้ฟัง ไม่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม และการคล้อยตาม ..เลยรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่เก่ง

เมื่อรู้สึกอย่างนั้น ก็เลยพยายามพูดให้น้อยลง หรือบางทีก็ขอให้คนอื่นพูดแทน ซึ่งก็อาจจะไม่โดนใจและตรงประเด็นในสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารอยู่ดี

ถึงแม้ว่าจะเป็นคนพูดไม่เก่ง พูดไม่คล่อง ..แต่เราสามารถเลือกใช้ ‘คำพูด’ และ ‘วิธีการ’ ที่จะช่วยสะกดผู้ฟังให้เข้าใจ มีส่วนร่วม หรือคล้อยตามไปกับเราได้

เข้าใจสถานการณ์

การพูดจะได้ผลดีหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่กับตัวเราซึ่งเป็นผู้พูดเพียงอย่างเดียว ..หากยังขึ้นอยู่กับคนที่เราพูดคุยด้วยหรือผู้ฟัง รวมไปถึงสถานการณ์ และเหตุการณ์แวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ณ ขณะนั้นด้วย

อาจจะเริ่มพูดเกริ่นนำด้วยเรื่องทั่วๆ ไปก่อน ที่จะเข้าไปที่ประเด็นหลัก สร้างบรรยากาศสบายๆ เพื่อนำเข้าสู่บทสนทนา พยายามหลีกเลี่ยง สิ่งที่ทำให้คนที่เราคุยด้วยรู้สึกกดดัน หรือเป็นเรื่องเครียด

อย่าเพิ่งรีบพูดออกไปตรงๆ ให้ดูท่าทีของอีกฝ่ายว่า มีความพร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง และสนทนาในประเด็นนั้นๆ ด้วยมากน้อยเพียงใด ถ้าดูแล้วเขามีท่าทีในเชิงบวกและสถานการณ์เหมาะสม เราก็สามารถที่จะเริ่มพูดตรงเข้าไปที่ประเด็นได้เลย

อย่างไรก็ตาม ถ้าเขามีท่าทีในเชิงลบ หรือเรารู้ว่า…เขาไม่เห็นด้วยแต่แรก เราก็ควรใช้คำถามทั่วๆ ไป ในเชิงขอความคิดเห็น เกี่ยวกับประเด็นนั้นๆ เพื่อที่จะเข้าใจความคิด และความต้องการที่แท้จริง จากนั้นให้เริ่มพูด..โดยคิดจากมุมมองของเขา หรือจากบริบท (context) ที่เขาจะได้รับประโยชน์

เลือกวิธีการ

ถึงแม้จะไม่ได้เก่งเรื่องการพูด แต่ก็สามารถพูดให้โดนใจผู้ฟังได้ ด้วยวิธีการพูดที่ถูกต้อง

เอาใจเขามาใส่ใจเรา – ถ้าต้องการให้เขาเห็นด้วย สนับสนุน และคล้อยตาม ให้พูดถึงข้อดีและแง่มุมที่เขาชอบที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่พูดคุย เขาจะรู้สึกสนใจและอาจช่วยเราคิดต่อ เป็นการสานการสนทนาให้ราบรื่น ในทางกันตรงข้าม ถ้าเราต้องการให้เขาเลิกหรือหยุด พฤติกรรมหรือการกระทำอะไรบางอย่าง ก็พูดชี้ให้เห็นถึงข้อเสีย และเเง่มุมที่เขาไม่ชอบเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ

ให้ความสำคัญ – มนุษย์ทุกคนต่างก็อยากมีความสำคัญและคุณค่า อย่าใช้การพูดที่บีบบังคับใคร (ถึงแม้ว่าเราจะมีอำนาจ และความชอบธรรมที่จะทำได้) แต่ให้พูดในเชิงขอความเห็นหรือเสนอทางเลือก ซึ่งเป็นการให้เกียรติ และเขาจะมีส่วนร่วมในสิ่งที่เขาได้เลือกหรือร่วมแสดงความคิดเห็น

แสดงการยอมรับและชื่นชม – ในกรณีที่ต้องไหว้วานใครให้ทำอะไร ..ให้หาจุดแข็ง จุดเด่น หรือความสามารถพิเศษของเขา แล้วพูดเน้นย้ำให้เห็นว่าเรารู้สึกชื่นชมในสิ่งเหล่านั้นแบบจริงใจ เขาจะรู้สึกดีที่ถูกเลือก เเละถูกให้ความไว้วางใจ

พูดไม่เก่ง เเละการใช้คำเซอร์ไพรส์
ใช้คำเเละท่าทางเซอร์ไพรส์

ออกแบบคำพูด

พูดไม่เก่งแต่ถ้าออกแบบคำพูดดีๆ ให้เหมาะสมกับโอกาส และสถานการณ์ ก็จะทำให้ไม่ต้องพูดเยอะ ..แต่พูดแล้วได้ใจและเกิดการคล้อยตาม เป็นการพูดน้อยต่อยหนัก คือ ใช้คำพูดน้อยลง แต่กลับได้ผลมากขึ้น  

คำเซอร์ไพรส์ – การเติมคำเซอร์ไพรส์ในคำพูด เช่น “โอ้โห..”  “ว้าว..”  “จริงเหรอเนี่ย..”  ฯลฯ จะทำให้การพูดคุยและการสนทนามีความน่าสนใจ น่าติดตาม เป็นการสร้างอารมณ์ร่วมที่ดี

คำพูดที่ทรงพลัง – คำพูดธรรมดาๆ สามารถมีมิติและพลังขึ้นมา ด้วยการผูกประโยคที่มีความขัดแย้งหรือเป็นไปในทิศทางตรงข้าม ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการสื่อว่า “ทุกคนสามารถเลือกใช้ชีวิตของตัวเองได้” เราสามารถพูดให้ดูมีมิติ และมีพลังมากขึ้นว่า “คนเราเลือกเกิดไม่ได้..แต่เลือกที่จะใช้ชีวิตของตัวเองได้”

คำที่สะท้อนถึงปฏิกิริยาของร่างกาย –  การพูดคุยจะออกรถออกชาติมากยิ่งขึ้น ถ้ามีคำพูดที่สื่อถึงปฏิกิริยาของร่างกายตัวอย่างเช่น  “ฟังแล้วขนลุก”   “ดีใจจนเนื้อเต้น”  “มองจนตาแทบถลนออกมา” ฯลฯ

คำซ้ำ – การใช้คำซ้ำ เป็นการสร้างความจดจำ แสดงออกว่าเราใส่ใจ และอาจช่วยสร้างเอกลักษณ์ที่จะทำให้คนอื่นจำเราได้ เช่น  “ได้เลยได้เลย”  “เอาสิเอาสิ”  “เห็นด้วยเห็นด้วยเลย” ฯลฯ

คำพูดที่ให้ลุ้น – เริ่มประโยชน์ด้วยคำพูดที่ให้ลุ้นโดยยังไม่เข้าไปที่ประเด็นหลัก เช่น “ทางเลือกมีแค่สองทางคือ…” 

คำพูดที่มีตัวเลขประกอบ – ตัวเลขมักช่วยสร้างแรงจูงใจ และเป็นแรงกระตุ้นที่ดี เช่น “ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีของแต่ละวัน”

คำขยาย (คำคุณศัพท์) – คำขยายหรือคำคุณศัพท์จะช่วยบ่งบอกถึง ความเหนือชั้น ความพิเศษ และความแตกต่างที่จะทำให้การพูดและคำพูดมีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการสะท้อนความจริง หรือพูดให้ฟังดูขบขันน่าสนุกก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่กำลังพูดคุย ผู้ฟัง และสถานการณ์ขณะนั้น เช่น  “ข้อเสนอนี้..เยี่ยมที่สุด”  “อร่อยที่สุดในสามโลกนะ..จะบอกให้” 

คำพูดนั้นมีความสำคัญมาก สามารถทำให้ผู้พูดเป็นที่รัก หรืออาจเป็นที่เกลียดชังก็ได้ ดังนั้นก่อนจะพูดอะไรออกไป ก็ควรคิดพิจารณาให้ดี

ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าผู้ฟังไม่อยู่ในสภาวะที่พร้อมจะรับฟัง หรือสถานการณ์ไม่เหมาะสม ก็อาจจำเป็นที่จะต้องเลื่อนการพูดออกไปก่อน หาค่อยหาโอกาสที่เหมาะสมต่อไป

.

หนังสือ: แค่ใช้คำให้เป็น พูดไม่ต้องเก่ง ก็พลิกสถานการณ์ได้

.

ร้านหนังสือ [Bookshops]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>