อีโก้ ตัวตน ที่เป็นศัตรู

อีโก้
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับความสำคัญของตัวเอง
เเชร์ (Share)

อีโก้ (Ego) ตัวตน ที่เป็นศัตรู

Ego หรือความเป็น.. ตัวตน มาจากภาษาละติน มีความหมายว่า ‘I’ ซึ่งก็คือ ‘ฉัน’ หรือ ‘ตัวฉันเอง’

เเละในอีกความหมายหนึ่ง Ego ก็ย่อมาจากคำว่า Edging-God-Out ซึ่งแปลว่า ผลักพระเจ้าออกไป หมายถึงการที่คนๆ หนึ่ง ไม่ยอมรับและเชื่อในสิ่งใดเลย (แม้แต่พระเจ้า) ยกเว้นตัวเองซึ่งจะเป็นศูนย์กลางและยิ่งใหญ่ที่สุด

อีโก้ (Ego) หรือตัวตน คือความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับความสำคัญของตัวเองที่มากเกินไป ส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะของการถือเนื้อถือตัวว่า ดีกว่า เก่งกว่า เหนือกว่า จึงทำให้เกิดความหยิ่งยโส และจองหองแบบ ‘ไม่รู้ตัว’

ในขณะเดียวกัน Ego ที่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางในการตัดสินทุกอย่าง ก็อาจจะทำลายชีวิตของคนๆ หนึ่งในช่วงเวลาที่เขากำลังประสบความล้มเหลว หรืออยู่ในช่วงตกต่ำของชีวิต

ในประวัติศาสตร์ ได้มีการบันทึกการสนทนาระหว่าง อเล็กซานเดอร์มหาราช  (Alexander the Great) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวกรีก กับ ไดออจอินีส (Diogenes) ซึ่งเป็นนักปรัชญาแห่งยุคว่า

ขณะที่กษัตริย์อเล็กซานเดอร์ได้เสด็จไปเยือน เเละถามไถ่กับไดออจอินีสว่า มีสิ่งใดที่เขาต้องการไหม

ไดออจอินีส นักปราชญ์ผู้ยากจนข้นแค้น ผู้ซึ่งกำลังนอนอาบแดดอยู่ ได้ตอบกลับด้วยเสียงที่ราบเรียบว่า ได้..ท่านอย่ายืนบังดวงอาทิตย์ได้ไหม..!

บุคคลผู้ยิ่งใหญ่อย่างกษัตริย์อเล็กซานเดอร์ มีทางเลือก 3 ทาง ในการจัดการกับคนๆ นึงที่อยู่ในสถานะต่ำต้อยกว่าเขามาก เเละเขาพยายามจะช่วยเหลือ แต่กลับได้รับคำตอบในเชิงเป็นนัยว่า เขาไม่ได้ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่ผู้คนทั่วไปยกย่อง มันมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเขา

หนึ่ง..รู้สึกไม่ดีกับคำพูดที่ปฏิเสธน้ำใจ และเดินจากคนที่หยิ่งยโสผู้นั้นไป

สอง..โกรธ โมโห และสั่งให้ทหารนำตัว ไดออจอินีส ไปทำลาย

หรือตรงกันข้าม..ตระหนักรู้ถึงความเป็นจริงว่า ไม่มีใครยิ่งใหญ่ที่สุดจริงๆ หรอก ทุกสิ่งอย่างล้วนอยู่ภายใต้ธรรมชาติ

ว่ากันว่ากษัตริย์อเล็กซานเดอร์หลงใหลในคำพูดนั้นมาก เขาชื่นชมความเย่อหยิ่ง และความยิ่งใหญ่ของชายผู้ไม่มีสิ่งใดนอกจากการดูหมิ่นเขา พระองค์จึงตรัสกับเหล่าสาวกที่กำลังหัวเราะไดออจอินีส ว่า  “จริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่ใช่กษัตริย์อเล็กซานเดอร์ เราก็อยากเป็นไดออจอินีส”

Ego หรือตัวตน เป็นส่วนหนึ่งของเรา และจะอยู่กับเราเสมอในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นช่วงริเริ่ม รุ่งโรจน์ หรือร่วงหล่น

ช่วงเวลาริเริ่ม

ในช่วงเวลาที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือการสานสัมพันธ์ครั้งใหม่ คนเรามักจะใช้เวลาในการพูดออกไป มากกว่าที่จะเริ่มทำสิ่งเหล่านั้นอย่างจริงจัง

ไรอัน (Ryan) ผู้แต่งหนังสือ “Ego is the Enemy” เล่าให้ฟังว่า คนที่ตั้งใจแต่งนิยายหลายคนมักจะทวีต (tweet) ออกไปว่าเขากำลังเริ่ม เขียนนิยายเรื่องดีๆ มีไอเดียที่แหวกแนว และน่าตื่นเต้นอย่างไร มากกว่าการที่จะเริ่มลงมือเขียนมันอย่างจริงจัง พวกเขาใช้เวลามากมาย ไปกับการสร้างสรรค์สิ่งที่ต้องการทวีตโดยไม่รู้ตัว

นั่นเป็นเพราะว่า Ego ที่อยู่ในตัวของพวกเขา ‘กำลังทำงาน’ Ego ต้องการรางวัล (reward) คือการชื่นชมและยอมรับจากคนรอบข้าง

Ego ทำให้เขาเหล่านั้น สูญเสียเวลา และพลังเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้ความตั้งใจดีๆ ไม่ได้เริ่มสักที

วิธีแก้ไขในช่วง ‘ริเริ่ม’ คือ การหยุดพูดคุยโว เเละเริ่มลงมือทำ (Stop Talking Start Doing) ใช้เวลา และพลังไปกับเรื่องที่ตั้งใจไว้ ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น มองเห็น และจับต้องได้

ช่วงเวลารุ่งโรจน์

ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จ มีเงินทอง มีชื่อเสียง และมีเกียรติ จะเป็นช่วงที่เราทุกคนหลงตัวเองได้ง่ายที่สุด แต่เรามักไม่รู้ตัว เพราะ Ego จะคอยบอกเราว่านั่นคือความจริง และเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ได้รับคำชื่นชมจากภายนอก Ego ภายในของเราก็จะขยายตัวใหญ่ขึ้นไปอีก เราจะนึกถึงแต่ความสำเร็จที่ได้มา แต่มักจะลืม หรือไม่พูดถึงความล้มเหลว เเละการหกล้มคลุกคลานที่ผ่านมา

คนที่เล่าเรื่องความสำเร็จของตัวเองจนครบสิบครั้ง การเล่าในครั้งที่หนึ่ง และครั้งที่สิบจะมีเรื่องราวที่เปลี่ยนไปมาก โดยครั้งที่หนึ่งมักจะเป็น ‘เรื่องเล่าสู่กันฟัง’ แต่พอถึงครั้งที่สิบ มักจะกลายเป็นนิทานของเราเอง ซึ่งเราก็ ‘เผลอ’ ไปเข้าใจว่าเป็นความจริง ทั้งหมด 

วิธีแก้ไขในช่วง ‘รุ่งโรจน์’ คือ การนึกถึงสิ่งที่เคยล้มเหลวและผิดพลาด เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ และพัฒนาต่อไป หรือถ้าเรารู้เรื่องนั้นดีจริงๆ แล้ว ก็ให้หาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม เพราะนั่นจะทำให้เรารู้ว่า เรายังไม่รู้ เเละไม่เก่งในอีกหลายๆ เรื่อง ความรู้และข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพราะโลกไม่เคยหยุดนิ่ง

อีโก้ ลอลงได้ด้วยการเรียนรู้
ลด ‘อีโก้’ ด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ

ช่วงเวลาร่วงหล่น

Ego จะมีความอันตรายที่สุด สามารถทำร้าย หรือถึงขั้นทำลายชีวิตเราได้ ในช่วงที่คนเราอยู่ในภาวะร่วงหล่น หรือประสบกับความล้มเหลว อีโก้ ที่แปลว่า ‘I’ จะใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางในการตัดสินทุกอย่างที่เกิดขึ้น

“โลกไม่ยุติธรรม”, “ทำดีแล้วแต่ไม่สำเร็จ”, “เป็นความโชคร้ายที่เกิดขึ้นกับฉัน”, และเสียงอื่นๆ ในทางลบ ซึ่งเป็นการมองที่มาจากมุมของตนเองเท่านั้น แต่ไม่ได้สะท้อนถึงภาพรวมของความเป็นจริงทั้งหมดว่า ทุกคนก็มีช่วงเวลาแห่งความล้มเหลวของตัวเอง ซึ่งมักจะไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่เราอาจไม่รู้ หรือเขาอาจไม่ได้เล่า..!

ในสถานการณ์ที่ต้องรอคอย และยังไม่มีทางเลือกอื่น อย่ารอคอยอย่างสิ้นหวังแล้วไม่ทำอะไรเลย (dead time) แต่ให้เราสงบลง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ มองดูรอบๆ ว่ายังมีอะไรที่พอจะทำได้บ้าง แล้วลงมือทำ (alive time) นี่คือช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ เข้าใจ และเห็นอีกด้านของชีวิต เพื่อการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

อีโก้ หรือ ตัวตน เป็นส่วนหนึ่งของเราที่ไม่สามารถตัดออกไปได้ และจะติดตามเราไปในทุกช่วงเวลาของชีวิต เราจึงต้องคอยระวัง ไม่ให้อีโก้หรือตัวตนของเรา กลายมาเป็นศัตรูของตัวเราเอง

.

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>