งี่เง่า เเละคน 4 สี

งี่เง่า
มีคนที่นิสัยไม่เหมือนเราอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ
เเชร์ (Share)

งี่เง่า เเละคน 4 สี

“Idiot (งี่เง่า) เป็นบ้า ยัยคนนี้ ทำไมฉันต้องมาเจอคนแบบนี้นะ”

“จริงเหรอเธอ ฉันว่าเค้าก็ดูโอเคนะ ไหน..เกิดอะไรขึ้น เรื่องราวเป็นไง..?”

“ก็เธอคิดดูนะ วันก่อนฉัน…..”

Idiot มักหมายถึงคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ใช้ความคิดของตนเป็นใหญ่ ไร้เหตุผล เข้าใจอะไรยาก จุกจิกจู้จี้ และมีพฤติกรรมที่น่าเอือมระอาอื่นๆ ที่ทำให้เรารู้สึกไม่ชอบ เบื่อ และไม่อยากเข้าไปสุงสิงหรือมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

ไม่แปลกเลยที่ในบางครั้งเราจะรู้สึกแบบนี้ และบางคนก็ถึงกับรู้สึกว่าทำไมตัวเขาต้องเจอคนประเภทนี้ทุกวัน ทุกที่ ทุกเวลา.!

ความเป็นจริงก็คือ ไม่ว่าเราจะเป็นคนแบบไหน ก็จะมีคนที่นิสัยไม่เหมือนเราอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ บางทีก็อาจจะต่างกันสุดขั้วและมีแนวโน้มจะปั่นป่วนกวนประสาทเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า เจ้านาย ลูกน้อง หรือแม้กระทั่งคนในครอบครัวของเราเอง

ในเชิงจิตวิทยา และพฤติกรรมมนุษย์นั้น แม้ว่าคนแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน เเต่เราก็สามารถจัดและแบ่งคนทั้งหมดออกเป็น 4 ประเภทหรือแยกเป็น 4 สี คือ สีแดง สีเหลือง สีเขียว และสีน้ำเงิน จากนิสัยหรือพฤติกรรมหลัก 2 เเกน คือ

1. ชอบแสดงออก กับ ชอบเก็บตัว

2. เน้นงานเน้นสาระ กับ เน้นความสัมพันธ์

.

งี่เง่า หรือ เราไม่เช้าใจ
คน 4 สี 4 เเบบ จากพฤติกรรม 2 เเกน

.

ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีสีมากกว่า 1  สีในตัวเอง แต่ก็จะมีสี 1 สีที่เด่นที่สุด  

จากการสำรวจพบว่า มีคนเพียง 5% ที่มีเพียงสีเดียวในตัวเอง คนส่วนมากจะมี 2 สี ในตัวเอง (80%) และคนที่เหลืออีก 15% จะมี 3 สี ในตัวเอง

คนสีแดง

คนสีแดงเป็นคนที่ชอบความเป็นผู้นำ เชื่อมั่นในตนเองและมุมานะ ไม่ชอบความเยิ่นเย้อ พูดตรงๆ กล้าคิดกล้าทำ แต่ออกจะใจร้อน ในหลายๆ ครั้งก็ทำอะไรเร็วไปจนคนอื่นตามไม่ทัน ไม่ค่อยสนใจความรู้สึกของคนอื่น และนั่นทำให้เขาชอบมองว่าคนที่อยู่รอบๆ ตัวเขา (ที่เป็นคนสีอื่น) ว่าเป็นคนงี่เง่า

ตัวอย่างคนสีแดง เช่น  Steve Jobs

ถ้าต้องพูดคุยหรือทำงานร่วมกับคนสีแดง ต้องพูดชัดเจนและตรงประเด็น ต้องทำให้เขาเห็นถึงข้อดีของรายละเอียดบางอย่างว่ามีความจำเป็นอย่างไรและนั่นไม่ใช่เป็นสิ่งที่เยิ่นเย้อ

คนสีเหลือง

คนสีเหลืองจะเต็มไปด้วยความฝันและความหวัง ชอบพูดคุย มองโลกในแง่ดี ชอบให้กำลังใจ สร้างแรงบันดาลใจและความสนุกสนาน แต่จะเป็นคนที่ชิล (chill) ในเรื่องเวลามาก

ตัวอย่างคนสีเหลือง เช่น  Bill Clinton

การพูดคุยหรือทำงานร่วมกับคนสีเหลือง ต้องอธิบายให้ชัดเจน และตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด ในขณะเดียวกัน พยายามหาทางให้คนอื่นมีโอกาสพูด หรือแสดงความคิดเห็นด้วย สำหรับเรื่องของเวลา ก็จำเป็นต้องนัดแนะเวลาให้เฉพาะเจาะจง

คนสีเขียว

คนสีเขียวเป็นคนที่ชอบความมั่นคง ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นตัวแทนของความเมตตา และเป็นผู้ฟังที่ดีเยี่ยม ในด้านจิตใจ จะมีความกลัวฝังอยู่ลึกๆ และไม่ชอบการเป็นผู้นำ

ตัวอย่างคนสีเขียว เช่น Oprah Winfrey

การพูดคุยหรือทำงานร่วมกับคนสีเขียว ต้องระมัดระวังคำพูด ถ้าอยากให้คนสีเขียวเปลี่ยนแปลงต้องใช้ความอดทน รวมถึงการที่เราเองต้องมีความเป็นผู้นำ พยายามส่งเสริมให้เขามองตามความเป็นจริง เพื่อที่เปลี่ยนแปลง และกล้าเผชิญกับความกลัวได้

คนสีน้ำเงิน

คนสีน้ำเงิน เน้นความมีระเบียบ ชอบตัวเลข ชอบการคิดวิเคราะห์ ต้องมีรายละเอียดก่อนการตัดสินใจในทุกเรื่อง ต้องการความสมบูรณ์แบบ ชอบคิดทบทวน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือคุณภาพ และจะมองโลกตามความเป็นจริง

การพูดคุยหรือทำงานร่วมกับคนสีน้ำเงิน ต้องเตรียมตัวอย่างดี เตรียมตัวพร้อมรับการถูกถามอย่างละเอียด เข้าประเด็น และต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้นอกเรื่อง

หลักการมองคนเป็น 4 สี มาจากการค้นพบทางจิตวิทยาโดย คุณโธมัส เอริคสัน (Thomas Erikson) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี และเป็นที่ปรึกษาด้านภาวะผู้นำให้แก่บริษัทชั้นนำหลายๆ แห่งเช่น IKEA, Microsoft, และ Coca Cola  

การค้นพบนี้ ทำให้เราเข้าใจและสามารถรับมือกับคนที่มีความแตกต่างจากเราได้ดีขึ้น ทั้งยังทำให้เราเข้าใจตัวเราเองดีขึ้นด้วยเช่นกัน

การที่เราจะเข้ากับคนอื่นได้ดีนั้น เราควรต้องทราบว่า เขาคนนั้นมีแนวโน้มจะเป็นคนสีใด เพื่อที่จะได้ปรับท่าทีของเราเองได้อย่างเหมาะสม เช่น ถ้าเขาเป็นคนสีแดง เราก็ควรพูดสั้นๆ กระชับ และเข้าไปที่ประเด็นเลย มากกว่าที่จะใช้เวลาในการอารัมภบทหรือพูดถึงรายละเอียดแต่แรกเริ่ม

และในการทำงานร่วมกันให้ประสบผลสำเร็จนั้น ทีมงานจำเป็นต้องประกอบด้วยคนหลายสีหรือมีทุกสีรวมกัน เพราะส่วนที่เป็นจุดแข็งของแต่ละสีจะมาช่วยเสริมส่วนที่ยังขาดไปของสีอื่นๆ ที่เหลือ  ซึ่งจากการทดลองแล้ว จะสร้างผลงานโดยรวมได้ดีกว่า กลุ่มที่มีแต่คนที่มาจากสีเดียวกันทั้งหมด

จริงๆ แล้วไม่มีใครที่เป็นคนงี่เง่า เพียงแต่เราอาจยังไม่เข้าใจเขาดีพอ  คนที่คิดหรือทำแตกต่างจากเรา เขาคงไม่ได้ตั้งใจทำตัวให้ยาก หรือพยายามสร้างปัญหาให้กับเรา แต่นั่นเป็นธรรมชาติและลักษณะเฉพาะตัวของเขา

ดั้งนั้น ถ้าเราสามารถเข้าใจคนทั้ง 4 สี เราจะรู้วิธีเข้าถึงคนทุกแบบได้มากขึ้น สื่อสารเก่งขึ้น และไม่ต้องปวดหัวกับความขัดแย้ง ความไม่ลงตัว และความน่าเอือมระอาอย่างที่เคย

.

หนังสือ: วิธีเอาตัวรอดในวงล้อมคนงี่เง่า

.

ร้านหนังสือ [Bookshops]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>