ใจร้อน ไปไหมเรา

ใจร้อน
หงุดหงิดง่าย เห็นอะไรก็รู้สึกรำคาญไปหมด
เเชร์ (Share)

ใจร้อน ไปไหมเรา

ในช่วงที่อากาศร้อนๆ นี่ เราจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว หงุดหงิดง่าย เห็นอะไรก็เหมือนจะรู้สึกรำคาญไปหมด จากที่เคยเป็นคนอารมณ์ปกติ ก็อาจกลายเป็นที่คนหุนหันพลันแล่น เเบบชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว สำหรับคนใจร้อนอยู่แล้ว ก็คงยิ่งไปกันใหญ่ ทำให้หลายๆ ครั้ง ได้เผลอพูดหรือทำอะไรออกไปแบบไม่รอบคอบ

คำพูดที่ว่า “วัยรุ่น..ใจมันร้อน” สมัยนี้อาจต้องเพิ่มว่า “ผู้ใหญ่ใจยิ่งร้อนกว่า”

ยิ่งคนเราอายุมากขึ้น ความอดทนในเรื่องต่างๆ ดูเหมือนจะลดน้อยลง เคยสังเกตตัวเองไหมครับว่า ตั้งแต่อายุ 40 เป็นต้นมา  ความอดทนอดกลั่นของตัวเราเองจะเริ่มต่ำลง ใจเร็ว ด่วนสรุป ฟังเรื่องอะไรไม่ถูกใจหน่อยก็ มีเหวี่ยง มีวีน

พฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ อาจทำให้เสียทั้งเพื่อน ความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง ทำสิ่งต่างๆ ผิดพลาด รวมถึงอาจทำลายโอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เนื่องจากการทำอะไรที่รวดเร็ว และหุนหันพลันแล่นจนเกินไป 

สติมา ปัญญาเกิด  

อาการใจร้อน บางทีก็เกิดจาก การที่เราไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา แต่ต้องการที่จะแก้ไขให้ลุล่วง หรือเสร็จให้ทันกำหนด จึงเกิดอาการร้อนรน ลนลาน และรีบด่วนสรุปเกินไป  

ดังนั้นเราควรต้องใช้สติ และความคิดเป็นตัวช่วยในการเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง ก่อนที่จะทำอะไรออกไป ความใจเร็วและการทำอะไรแบบร้อนรน จะยิ่งทำให้ปัญหามีขนาดใหญ่ขึ้น หรือไม่ก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไขนานขึ้น เนื่องจากการทำผิดพลาดและต้องกลับมาแก้ไขใหม่

ใช้เหตุผลชี้นำ

ยอมรับกับตัวเองก่อนว่าเราเองเป็นคน ‘ใจด่วนใจเร็ว’ เพื่อที่ได้จะเตือนตัวเอง ให้มองเห็น อาการที่เกิดขึ้น และหันมาใช้เหตุผลแทนอารมณ์

จากนั้น ก้าวข้ามอารมณ์ของตัวเองด้วยการใช้ ‘เหตุผล’ ประกอบการตัดสินใจหรือทำอะไรเสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

ใจร้อน ต้องหัด ใช้เหตุผลชี้นำการกระทำ
ใช้เหตุผลชี้นำการกระทำ

รับรู้การสัมผัสต่างๆ

เราสามารถที่จะใช้สัมผัสต่างๆ เช่น การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การสัมผัส และการเคลื่อนไหว เพื่อลดความเครียด ความหงุดหงิด เป็นการฝึกให้เป็นคนใจเย็นขึ้น เช่น ฟังเพลงที่ชอบ ดูรูปเก่าๆ ที่ทำให้รู้สึกดี เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือออกไปเดินเล่นเพื่อสัมผัสบรรยากาศภายนอก ในแบบที่รู้เนื้อรู้ตัว

เลิกคิดแง่ลบ

คนที่หงุดหงิดง่าย ใจเร็ว และชอบเหวี่ยงวีน ส่วนมากเกิดจากความคิดในเชิงลบ ที่อยู่ภายใน

  • คิดเหมารวม – เราใช้คำว่า ‘ตลอด’ กับ ‘ ไม่เคย’ บ่อยแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น ‘เธอขัดชั้นตลอด’ ‘เธอไม่เคยเข้าใจชั้นเลย’ การที่เราใช้คำว่า ‘ตลอด’ ‘ไม่เคย’ อยู่บ่อยๆ แสดงว่า เราชอบเอาเหตุการณ์ ไม่กี่ครั้งมาสรุปแบบเหมารวมเอาเองว่า ส่วนที่เหลือทั้งหมด ก็ต้องเป็นแบบเดียวกัน
  • คิดแบบยึดติด – จะแสดงออกมาในเชิงคำพูดที่ว่า ‘ควรจะ’ หรือ ‘ต้อง’ นั่นคือการที่เรามีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ แคบเกินไป“ถ้าเป็นเรื่องนี้ ควรทำอย่างนี้เท่านั้น…แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ต้อง…” การคิดแบบยึดติดจะทำให้เราเป็นคนที่ ใจร้อน และชอบด่วนสรุปเร็วเกินไป
  • คิดไปเอง – บางทีเราชอบคิดแทนคนอื่น คิดไปเองว่าคนอื่นต้องคิดแบบนั้น แบบนี้ ทางที่ดีให้ถามกับเจ้าตัวดีกว่า อย่ารีบด่วนสรุปเอง

พูดให้ช้าลง

ค่อยๆ พูด ..การพูดให้ช้าลง พูดแบบชัดเจน และพูดมีจังหวะจะโคน จะช่วยดึงอารมณ์ของเราให้ช้าลง และจะทำให้อาการร้อนใจ ของเราลดลงไปด้วย ลองสังเกตดูรอบๆ ตัวเรา จะพบว่าคนที่พูดเร็วมักจะเป็นคน ‘ใจด่วนใจเร็ว’ ส่วนคนที่สุขุม รอบคอบ และใจเย็น จะพูดช้าและมีจังหวะจะโคนมากกว่า ลองฝึกพูดให้ช้าลง แล้วเราจะพบว่า อาการร้อนใจจะค่อยๆ น้อยลง ใจจะเบา เเละเย็นมากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง คนใจด่วนใจเร็วส่วนใหญ่ ..จะมีข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ เป็นคนที่จริงจัง ไม่ทำอะไรเหลาะแหละ ชอบทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง เป็นคนโผงผางแต่ตรงไปตรงมา คิดเห็นอย่างไรก็จะพูดไปอย่างนั้น ปากไวแต่จริงๆ แล้วใจอ่อน จริงใจไม่มีอะไรแอบแฝง และส่วนใหญ่จะรักความยุติธรรม การคบหาสมาคมด้วย อาจมีบางสิ่งบางอย่าง ที่ไม่ลื่นหูลื่นตา แต่จะได้ความสบายใจ เพราะอ่านง่าย ตรงๆ ไม่ค่อยมีอะไรแอบแฝง

ดังนั้นการพัฒนาตัวเราเอง ไปเป็นคนที่ดีกว่าเดิม จึงต้องอาศัยทางสายกลาง ที่ช่วยสร้างสมดุลที่เหมาะสม ด้วยการรวมข้อดีต่างๆ ของการที่เป็นคนใจร้อน เข้ากับ ข้อดีด้านอื่นๆ ของการที่เป็นคนใจเย็น

ร้อนไปก็ไม่ไหวเพราะนอกจากตัวเราจะร้อนรน ผิดพลาดเองแล้ว ยังสร้างความขุ่นเคืองให้กับผู้อื่น เย็นไปก็ไม่ดีแน่ เพราะจะไม่เคยทำอะไรให้สำเร็จลุล่วง เนิบๆ ไปเรื่อยๆ ไม่สามารถไว้วางใจอะไรได้

ต้องลองสำรวจตัวเองครับ เพื่อที่จะได้ปรับได้จูนอย่างเหมาะสมลงตัว จะได้มีความสุขทั้งส่วนตน และเผื่อแผ่ไปยังคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างตัวเรา

.

-อนัตตา-

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>