การลงทุนในหุ้น

การลงทุนในหุ้น
ความรู้พื้นฐานเบื้องต้น
เเชร์ (Share)

การลงทุนในหุ้น

หนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดบ่อยๆ กับทั้งนักลงทุนหน้าใหม่ และนักลงทุนหน้าเก่าหลายๆ คน ล้วนมีสาเหตุมาจาก ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับหุ้นและตลาดหุ้น

ในขณะที่นักลงทุนหน้าใหม่ส่วนมากมักขาดความรู้พื้นฐานบางอย่าง นักลงทุนหน้าเก่าบางส่วนก็มักลืมที่จะใช้ความรู้พื้นฐานที่มี เพราะบรรยากาศและอารมณ์ของตลาดพาไป..!

สิทธิความเป็นเจ้าของ

‘หุ้น’ คือ ‘สิทธิความเป็นเจ้าของ’ ในธุรกิจ และจุดประสงค์หลักในการทำธุรกิจคือผลกำไร ให้นึกอยู่เสมอว่าเราซื้อความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ซื้อ ‘ตัวเลขบางตัว’ เพื่อมาสร้างกำไร ..มองไปที่ ‘ตัวธุรกิจ’ และศักยภาพในการทำกำไร เพื่อประมาณราคาที่เหมาะสมของหุ้นแต่ละตัว (ราคาที่ควรจ่ายออกไปในการได้สิทธิความเป็นเจ้าของ)

  1. ให้ซื้อหุ้นในราคาที่ถูก เพื่อรอขายในราคาปกติหรือราคาที่แพง
  2. ให้ซื้อหุ้นของธุรกิจที่ดีเพื่อรอการเติบโตใน ‘ราคาปกติ’ หรือ ‘ราคาที่ไม่สูงเกินไป’ เมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตและการทำกำไรของธุรกิจ

หุ้นตัวหนึ่งจะถูกหรือแพงไม่ได้ดูที่ราคาตั้ง หรือราคาที่กำลังซื้อขาย แต่ให้ดูเปรียบเทียบกับมูลค่าของธุรกิจ

แพง: ราคาหุ้น > มูลค่าธุรกิจ

ปกติ: ราคาหุ้น = มูลค่าธุรกิจ

ถูก: ราคาหุ้น < มูลค่าธุรกิจ

.

ราคาหุ้นในอดีตเป็นเรี่องของอดีต

ราคาหุ้นในอดีตเป็นยังไง ไม่เกี่ยวข้องกับอนาคต ราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง ขึ้นอยู่กับตัวธุรกิจในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต อย่าสนใจราคาหุ้นในอดีต ให้มองที่ตัวธุรกิจและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ราคาของหุ้นในระยะสั้นก็เหมือนคะแนนที่หุ้นแต่ละตัวได้จากความเชื่อมั่นของนักลงทุน และ‘ความเชื่อมั่น’ นี้จะเปลี่ยนแปลงและผันผวนตาม ‘ข่าว’ ..ทั้งข่าวจริง ข่าวลือ และข่าวปั่น แต่ในระยะยาว..ตัวของธุรกิจเองจะถูกสะท้อนภาพที่แท้จริงออกมาผ่านทางราคาหุ้น

ราคาหุ้นในระยะยาวจึงเป็นเหมือนเครื่องชั่งคุณค่าที่แท้ของธุรกิจ ราคาในระยะสั้นเป็นแค่คะแนนความเชื่อมั่น

การลงทุนและเวลา

การลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มั่นคงต้องใช้ระยะเวลา นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจะใช้เวลาในการคิดและวิเคราะห์นานเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน ในการที่จะเลือกซื้อหุ้นสักหนึ่งตัว หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ค่อนข้างช้าแต่ชัวร์ รวยแน่ๆ แต่ต้องใช้เวลาและเหตุผลหรืออารมณ์

คนที่เราเห็นในภาพยนตร์ส่วนมาก ที่มักจะแต่งตัวเท่ๆ พูดจาคมคาย แล้วสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในระยะเวลาอันสั้น พวกนั้นคือนักเก็งกำไร..ไม่ใช่นักลงทุน ซึ่งถ้าเก็งหรือคาดคะเนผิด ก็สามารถล้มละลายหมดเนื้อหมดตัวได้ในชั่วข้ามคืน

ในบางช่วงเวลาเราจะเห็นว่า ราคาของหุ้นบางตัวในตลาดขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่บางตัว ก็ตกลงอย่างฮวบฮาบและไร้เหตุผล ในสภาพการตลาดแบบนั้น..จะมี 1 คนที่ร่ำรวยออกไป และอีก 10 คนที่จะขาดทุน หรือขาดทุนอย่างย่อยยับ

การลงทุนในหุ้น ไม่ใช่เรื่องของความพยายามในการทำกำไรให้ได้สูงสุด ในระยะเวลาอันสั้นและในขณะที่ตลาดผันผวน แต่เป็นการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง และปกป้องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของตลาด

การลงทุนที่ถูกต้อง จะทำให้เงินเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เป็นเรื่องของการได้แบบสะสม ในขณะที่การเก็งกำไรจะมีทั้งได้และเสีย ซึ่งการเสียเพียงหนึ่งครั้ง อาจจะหมายถึงกำไรทั้งหมดที่เคยทำได้และรวมไปถึงความเสียหายกับเงินต้นด้วย เนื่องจากไม่รู้จักหุ้นที่เข้าไปลงทุนอย่างเพียงพอ

การลงทุนในหุ้น
ใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ตลาด

อารมณ์ของตลาด

วันที่หุ้นตัวหนึ่งราคาตก จำเป็นต้องรีบขายหุ้นตัวนั้นทิ้งเลยหรือเปล่า แล้ววันที่หุ้นอีกตัวหนึ่งขึ้น จำเป็นต้องรีบเข้าไปซื้อเลยไหม เพื่อจะไม่พลาดโอกาสในการทำกำไร

ถ้าคำตอบคือใช่..นั่นคือการซื้อขายหุ้นแบบ ‘ตามตลาด’ ..กลัวขาดทุนเลยรีบขายออกตอนราคาตก และรีบเข้าซื้อเมื่อราคาขยับตัวสูงขึ้น โดยหวังว่าหุ้นจะราคาขึ้นไปอีกแล้วสามารถทำกำไรได้ 

นักลงทุนที่อยู่ในตลาดส่วนใหญ่ทำแบบนี้ จึงไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนในหุ้น เพราะการลงทุน ‘ตามตลาด’ จะมีผลขาดทุนมากกว่ากำไร หรือบางทีก็อาจถึงกับขาดทุนอย่างเดียว

นักลงทุนที่ชาญฉลาดจะไม่ ‘ตามตลาด’ แต่ใช้การวิเคราะห์หุ้น จากพื้นฐานเพื่อประเมินราคาที่เหมาะสม และรอเพื่อที่จะเข้าซื้อหุ้นที่ ‘ราคาปกติ’ หรือตอนที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เพื่อขายตอนที่หุ้นราคาปรับตัวสูงขึ้นตามมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจ

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการลงทุนในหุ้นคือ การประเมินว่าในแต่ละช่วงเวลาหุ้นตัวนั้นๆ มีมูลค่าจริงๆ ที่เท่าไหร่ เพื่อที่จะซื้อถูกขายแพง (Buy Low & Sell High)

ลงทุนเชิงรุกและเชิงรับ

นักลงทุนที่ชาญฉลาดมีทั้งเเบบที่เป็นนักลงทุนเชิงรับและนักลงทุนเชิงรุก ซึ่งขึ้นอยู่กับความรู้ ประสบการณ์ และการทุ่มเทเวลา

การลงทุนเชิงรับเหมาะสำหรับคนที่ยังไม่ค่อยมีความรู้ และประสบการณ์ หรือไม่มีเวลามากในการวิเคราะห์การลงทุน ซึ่งมีทางเลือกที่ดีคือ การลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่จะได้ผลตอบแทนแบบค่าเฉลี่ยจากความสม่ำเสมอในระยะยาว

กองทุนรวมมีผู้จัดการกองทุนซึ่งเป็น ‘มืออาชีพ’ ที่คอยดูแลการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทรวมถึงหุ้น และสามารภเริ่มต้นลงทุนโดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก

ถ้ามีความรู้ ประสบการณ์ และเวลาที่จะทุ่มเทให้กับการลงทุน ก็ควรที่จะลงทุนแบบเชิงรุก ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า จากการเข้าซื้อหุ้นดีๆ ในจังหวะที่หุ้นเหล่านั้นราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง การลงทุนเชิงรุกต้องอาศัยเวลาในการวิเคราะห์หุ้นที่สนใจอย่างละเอียด เพื่อทำการคัดเลือกเฉพาะหุ้นของธุรกิจที่มีพื้นฐานดีและราคาเหมาะสมซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าค่าเฉลี่ย

….

นั่นคือส่วนหนึ่งของรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจและจำเป็นต่อการเป็นนักลงทุนที่ดี ที่มาจากหนังสือเรื่อง ‘คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า’ ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับการยกย่องจากคุณ Warren Buffett ว่าเป็นหนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด

.

หนังสือ: คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า

.

ร้านหนังสือ [Bookshops]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>