ขี้เกียจ แก้ง่ายๆ ด้วย 4 วิธี

ขี้เกียจ
ไม่ต้องกังวลใจ ไม่ต้องรู้สึกผิด
เเชร์ (Share)

ขี้เกียจ แก้ง่ายๆ ด้วย 4 วิธี

ขี้เกียจ เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย เราจึงไม่ต้องกังวลใจมากเกินไปเวลาที่รู้สึก ขี้เกียจ และไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด แต่ให้มองเป็นเรื่องธรรมดา แล้วหาสาเหตุเพื่อแก้ไขจะดีกว่า

ความรู้สึกที่ไม่อยากทำ ยังไม่อยากทำ หรือเบื่อ เกิดจากการขาดแรงจูงใจที่มากพอ ในการที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ลุล่วง

และนี่ ..คือการสร้างแรงจูงใจ 4 วิธีที่สามารถช่วยได้

1. แรงจูงใจในตัวเอง

ก่อนอื่นก็ให้ยอมรับกับตัวเองตรงๆ ว่าเป็นคนขี้เกียจ แล้วลองนึกดูว่า ถ้าทำอย่างนี้ต่อไปจะมีผลอย่างไร และอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นเช่นไร

ในทางตรงกันข้าม แล้วถ้าชนะความขี้เกียจ และทำในสิ่งที่สมควรต้องทำได้ล่ะ..?

อะไรคือสิ่งดีๆ ที่จะตามมา ลองเขียนออกมาเลย การเขียนจะทำให้เห็นภาพที่ชัดยิ่งขึ้น ซึ่งในเชิงจิตวิทยาแล้ว เป็นการสร้างแรงจูงใจที่ดีมากทีเดียว

หัดทำอะไรที่พลิกแพลง แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ อย่าเน้นแต่พากเพียรเพียงอย่างเดียว

พากเพียรทำ 10 ก็ได้ 10 ซึ่งนานๆ เข้า ก็อาจจะรู้สึกหมดแรง หรือหมดไฟ (burnout) ไปเลยก็มี แต่การพลิกแพลง ทำ 1 อาจได้ถึง 10 ทำน้อยแต่ได้มาก ก็เลยรู้สึกสนุก ยิ่งสนุก ก็ยิ่งรู้สึกเกิดแรงจูงใจอยากทำต่อ

ทำให้งาน หรือสิ่งที่ต้องการทำให้ลุล่วง เป็นเรื่องสนุก ใส่ความรู้สึกว่าเล่นเกม เช่น ตั้งเป้าหมายให้เป็นขั้นๆ เหมือนการเล่นเกมที่ต้องผ่านทีละด่าน อย่าทำให้เป็นเรื่องซีเรียสมากเกินไป แต่ให้ทำอย่างที่เรียกว่า “ทำเล่นๆ แต่ทำจริงๆ”

เวลาที่เริ่มอะไรใหม่ๆ ให้ทุ่มเทกับ 10 วันแรกให้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการวางแผน และการจัดเตรียม จากนั้นให้เริ่มก้าวที่หนึ่ง และทุ่มเทให้มาก ถ้าผ่าน 10 วันแรกได้ ที่เหลือก็จะสบายขึ้นมาก ที่สำคัญเวลาเริ่มอะไรไปแล้ว ก็ให้เชื่อมั่นในตัวเอง เหมือนกับนักวิ่งที่ออกตัวไปแล้ว ก็จะไม่พะวงซ้ายพะวงขวา แต่มองที่เป้าหมายข้างหน้าอย่างเดียว แล้วค่อยมาดูว่าอะไรที่ต้องปรับปรุง หลังจากที่เสร็จการวิ่งแต่ละครั้ง

2. แรงจูงใจจากเพื่อน

เพื่อนในที่นี้หมายถึงทั้ง เพื่อนที่รู้จักกันมานาน เพื่อนที่ทำงาน เเละผู้คนในสังคมที่เราใช้ชีวิตเกี่ยวข้องด้วย

อย่าตีกรอบ และอยู่แต่กับตัวเอง โดยธรรมชาติมนุษย์เป็นสัตว์สังคม (Social Animal) ที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน และสร้างแรงจูงใจให้แก่กันและกัน

งานส่วนใหญ่ ต้องอาศัยการทำกันเป็นกลุ่ม หาเพื่อนที่สามารถช่วยสร้างแรงจูงใจ ชวนเพื่อนมาทำด้วยกัน ส่งงานให้กัน แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น เป็นแรงผลักดันซึ่งกันและกัน

หาเพื่อนนอกวงการ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นประโยชน์แก่กันและกัน ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ทุกคนที่เราคุยด้วย จะรู้อะไรบางอย่างที่เราไม่รู้เสมอ และนั่นจะทำให้เรารู้กว้างขึ้น เกิดแรงจูงใจ ให้เราหันกลับมาดูสิ่งที่เรากำลังทำเพื่อทำให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของ ตัวอย่างดีๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ หรือข้อผิดพลาดที่ควรพึงระวัง

หาเวลาเข้า Workshop ที่เป็นประโยชน์ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รู้จักผู้คนใหม่ๆ และมีโอกาสลงมือทำร่วมกันเป็นกลุ่ม จากสถิติพบว่า การร่วม workshop ที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป และทุกคนมีส่วนร่วม จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการทํางานได้มากขึ้น

อาจใช้ ‘คำทักทาย’ เพื่อนร่วมงาน เพื่อให้รู้ว่า เราอยู่โหมด ‘เริ่มงาน’ หรือ ‘เลิกงาน’ 

“เฮ้ หวัดดี .. เสื้อทำงานตัวนี้ของนาย ดูเท่จังเลยนะ”

“กลับล่ะนะ วุ่นกันทั้งวันเลย ถึงได้คืบหน้าไปเยอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาลุยกันต่อ”

คำทักทาย สามารถเป็นเหมือน สวิตซ์ เปิด-ปิด ที่คอยกระตุ้นให้เรารับรู้ที่จะต้องเริ่มงาน และรู้ว่างานนั้นได้ทำเสร็จสิ้นมากน้อยเพียงใด

ขี้เกียจ ลองหา เพื่อนเป็นเเรงจูงใจ
รวมกลุ่มสร้างเเรงจูงใจให้กันเเละกัน

3. แรงจูงใจจากเงื่อนเวลา

การที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง จำเป็นต้องมีการกำหนดเวลาที่แน่นอน และวางแผนสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จในแต่ละช่วงเวลา เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบความคืบหน้า เทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้

ออกแบบ สิ่งที่ต้องทำให้เป็นกิจวัตร กำหนดงานประจำวัน ทำตารางแยกแต่ละกิจกรรมเพื่อรู้ว่า แต่ละงานมีเวลาจำกัดเท่าไหร่ รู้เท่าทันเวลาที่มีอยู่ การกำหนดเส้นตาย (Deadline) ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจได้มากทีเดียว

ควรลงกำหนดการให้เต็มล่วงหน้า 3 สัปดาห์ อย่าปล่อยเว้นว่างไว้ เพราะอาจทำให้เฉื่อยชา เช้าชามเย็นชาม หรือบางทีก็ไม่ได้เริ่มทำอะไรสักที

ไม่ข้องแวะกับ เรื่องที่ใช้เวลาและมีภาวะเสพติด เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองเวลามากเกินไป เช่น การเล่นโซเชียลมีเดียมากเกินควร การติดตามละครซีรีย์หลายๆ เรื่องในช่วงเวลากัน และการปาร์ตี้สังสรรค์ที่บ่อยเกินไป

4. แรงจูงใจจากสถานที่

การเปลี่ยนไปยังสถานที่ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ประชุมนอกสถานที่ การไปดูงาน การอบรมสัมมนา หรือการพบปะลูกค้า จะสามารถช่วยสร้างแรงจูงใจได้มากทีเดียว เพราะเราจะได้มีโอกาสเห็น วิถีชีวิต ผู้คน บรรยากาศ และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป เป็นการสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ ซึ่งจะช่วยทำให้เราหายเบื่อ เเละมีความกระตือรือร้นมากขึ้น

อาจจะลองเปลี่ยนสถานที่ทำงาน เช่นการไปใช้ Co-working Space บ้างเป็นครั้งคราว รวมถึงการหาความรู้ และการใช้เวลากับห้องสมุดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดของสถาบัน หรือห้องสมุดสาธารณะ นอกเหนือจากการค้นหาทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งบางทีก็จะมีข้อจำกัด ในแง่ของความครบถ้วน และรายละเอียดปลีกย่อยของข้อมูลที่ต้องการ

แรงจูงใจยังสามารถมาจากการท่องเที่ยว ที่นอกจากจะเป็นการพักผ่อนแล้ว ยังทำให้เราได้เปิดหูเปิดตา เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มองโลกได้กว้างขึ้น ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ซึ่งเป็นการเพิ่มพลังให้กับชีวิต ทำให้หายจากอาการเบื่อ เหนื่อยล้า และกลับมามีไฟอีกครั้ง

.

หนังสือ: สำเร็จได้สไตล์คนขี้เกียจ

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>