ใช้ชีวิต ให้มีความสุข

ใช้ชีวิต
ทุกทางเลือก มีครรลองของมัน
เเชร์ (Share)

ใช้ชีวิต ให้มีความสุข

นอร่า หญิงสาววัย 35 ปีเเห่ง The Midnight Library กับอีกหนึ่งวันที่เลวร้ายในชีวิตของเธอ วันที่เธอได้ตัดสินใจ ในสิ่งที่เธออาจไม่สามารถเปลี่ยนใจได้อีกเลย

ขณะที่นอร่ากำลังมองดู ด้วยความรู้สึกผิด ที่เธอไม่สามารถดูแล เเละใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าแมวตัวน้อยที่เธอรักนั้นได้ ..เธอกลับรู้สึกแปลกๆ และอิจฉาแมวแสนรักของเธอ ที่นอนตายอยู่ริมถนน..!

การสูญเสียแมวที่เธอรัก เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่เธอได้ทราบจากเจ้าของร้านขายเครื่องดนตรี ที่เธอทำงานอยู่ว่า กิจการของทางร้านจะต้องปิดตัวลง และเขาจะไม่ได้จ้างเธออีกต่อไป

และ…เป็นวันเดียวกันกับที่..นอร่าโซซัดโซเซกลับถึงบ้าน เเละพบว่าตัวเองมาสาย นักเรียนที่จะมาเรียนเปียโนกับเธอ มานั่งรอเธอพร้อมกับเเม่เป็นชั่วโมง เเม่ของเด็กโกรธมาก จึงตัดสินใจที่จะไม่ให้ลูกของเธอเรียนเปียโนกับนอร่าอีกต่อไป…

ฟางเส้นสุดท้าย

ด้วยความที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เหตุการณ์ทั้งสามในวันนั้น จึงเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้เธอตัดสินใจที่จะหยุดใช้ชีวิต อันเลวร้ายอย่างที่ผ่านๆ มา ด้วยการจบชีวิตของเธอเองลง โดยการตั้งใจกินยาเกินขนาด (Overdose)

เธอฟื้นขึ้นมา ด้วยความรู้สึกงงๆ ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เป็นสถานที่ๆ ขาวโพลน เเละมีอาคารอยู่ตรงหน้า เเละที่หน้าอาคารนั้น เธอเห็นนาฬิกา ..นาฬิกาที่หยุดเดิน ณ เวลา เที่ยงคืน..

เธอได้เดินเข้าไปในอาคารนั้น จึงพบว่าในนั้นเป็นห้องสมุด มันคล้ายกับห้องสมุดสมัยที่เธอยังเป็นเด็กๆ แต่ที่นี่เป็นเหมือนห้องสมุดที่ไร้ขอบเขต มีหนังสือต่างๆ วางเรียงอยู่มากมายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

บรรณารักษ์ประจำห้องสมุดได้กล่าวทักทายเธอ แล้วบอกเธอว่า

“เธอกำลังอยู่ในพื้นที่ตรงกลาง ระหว่างความเป็น และความตาย”

ห้องสมุดแห่งนี้ บรรจุหนังสือต่างๆ ที่เป็นไปได้ เกี่ยวกับชีวิตของเธอไว้มากมาย มีทั้งชีวิตดีๆ ที่เธอยังไม่เคยได้เป็น ชีวิตที่มีโอกาสเลือกแต่เธอได้ปฎิเสธไปก่อนหน้านี้ รวมไปถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า ‘The book of regret’ (หนังสือแห่งความเศร้าโศกเสียใจ)

มันคือหนังสือที่บรรจุไว้แต่ความเศร้าเสียใจในชีวิตของเธอ เธอรู้จักมันดีอยู่แล้ว ..และไม่คิดที่จะเปิดมันอ่านอีก

โอกาสอีกครั้ง

บรรณารักษ์ขอให้เธออ่าน และถามเธอว่า 

“ถ้าเธอมีโอกาสอีกครั้ง เธอจะเลือกแก้ไขสิ่งใดในนั้น..?”

หลังจากที่ได้อ่านแล้ว…

นอร่า ก็เลือกที่จะแต่งงานกับเเดน แล้วไปเปิดผับ (Pub) ในเมืองที่ห่างไกล เพื่อออกไปเริ่มชีวิตคู่ด้วยกัน อย่างที่ตั้งใจและเคยคุยกันไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยปฏิเสธชายผู้ซึ่งเธอรักไป เนื่องจากความกลัวที่เห็นชีวิตการแต่งงานที่ล้มเหลวของพ่อแม่ และนั่นเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในใจเธอตลอดมา

หนังสือชีวิตเล่มอื่นๆ ที่นอร่าชอบ และอยากเลือก ยังมีอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น การตั้งวงดนตรีกับพี่ชาย การเป็นนักว่ายน้ำอาชีพ การได้เป็นนักธรณีวิทยา ฯลฯ

ในชีวิตของนอร่า แห่ง ‘The Midnight Library’  มันง่ายมากที่ เธอจะคร่ำครวญถึงชีวิตที่เธอไม่ได้เป็น ภาวนาให้มีพรสวรรค์อย่างอื่นนอกเหนือจากที่เธอมีอยู่ ตอบตกลงกับข้อเสนอที่แตกต่างไปจากที่เธอได้รับ

ง่ายมากที่จะภาวนาให้ตัวเองทำงานหนักขึ้น รักคนอื่นให้มากขึ้น บริหารการเงินของตัวเองให้ชาญฉลาดมากขึ้น ป๊อบปูล่ามากขึ้น ไม่ถอนตัวจากวงดนตรี ไปออสเตรเลียในคราวนั้นอย่างที่ตั้งใจ แม้กระทั่ง ตอบตกลงนัดดื่มกาแฟ หรือฝึกโยคะให้มากกว่านี้ มันง่ายมากที่จะคิดถึงงานที่เธอไม่ได้ทำ คิดถึงเพื่อนฝูงที่เธอไม่ได้ผูกมิตร หรือคิดถึงคนที่เธอไม่ได้แต่งงานด้วย

“มันง่ายที่เราจะเศร้าเสียใจ และเศร้าเสียใจไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าเวลาของเราจะหมดลง ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่ชีวิตที่เราเสียใจว่าเราไม่ได้เป็น  ปัญหาที่แท้จริงคือตัว ‘ความเศร้าเสียใจ’ ความเศร้าเสียใจคือสิ่งที่ทำให้เราหดหู่ เหี่ยวเฉา และรู้สึกเหมือนว่า เราเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของตัวเราเองและของผู่อื่น” (แมตต์ เฮก)

“It is easy to regret, and keep regretting, ad infinitum, until our time runs out.  But it is not lives we regret not living that are the real problem. It is the regret itself. It’s the regret that makes us shrivel and wither and feel like our own and other people’s worst enemy.” (Matt Haig)

ใช้ชีวิต ด้วยหนังสือชีวิตที่ใช่
เลือกเเละอ่านหนังสือเล่มที่ใช่

ในชีวิตจริง ‘บรรณารักษ์’ คนนั้นก็คือ คนที่เรามองเห็นในกระจกทุกวัน เราต้องให้โอกาสตัวเอง..ไม่ใช่เพ่งโทษตัวเอง

เราไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เราเลือกไปแล้ว แต่เราสามารถเลือกทางเดินใหม่ตอนนี้ได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราเลือกอ่านหนังสือ หรือเขียนหนังสือชีวิตเล่มใหม่ เพื่อเพิ่มเติมบนชั้นหนังสือของเราได้เสมอ

และทุกทางเลือกที่เราเลือก ก็จะมีครรลองของมัน

..หนึ่งในชีวิตที่นอร่าเลือกจากหนังสือในห้องสมุด ก็คือการเป็นนักว่ายน้ำโอลิมปิกที่ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากที่นอร่าได้ลองใช้ชีวิตเป็นนักว่ายน้ำ เธอก็ได้กลับมา และบอกกับบรรณารักษ์ว่า เธอก็ไม่ได้มีความสุขกับการเป็นนักว่ายน้ำอาชีพ อย่างที่คิดไว้ในตอนแรก..

หรือจริงๆ แล้วอาจเป็นไปได้ว่า เรากำลังอ่านหนังสือชีวิตเล่มปัจจุบันของเรา ‘กลับหัว’ อยู่ ..ทุกสิ่งทุกอย่างเลยดู ไม่ลงตัว อ่านยาก ต้องคิดกลับไปกลับมาหลายตลบ อ่านไม่เพลิน และเกินความเข้าใจ  ลองเปลี่ยนมุมในการอ่าน หันหนังสือกลับมาอ่านอีกด้าน ด้านที่ไม่กลับหัว เราอาจจะพบสิ่งที่ใช่ และมีสิ่งดีๆ มากมายอยู่แล้วในหนังสือเล่มนั้น

ชีวิตจริงในแต่ละวัน ก็อาจมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น และเกินความเข้าใจ หรือไม่สามารถที่จะอธิบาย และหาเหตุผลได้ เราไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าใจชีวิตจนแจ่มแจ้ง เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่มีความสุข เพียงแค่ใช้ชีวิต ในแต่ละวันให้มีความสุข ..นั่นแหละคือชีวิตที่มีความสุขแล้ว

.

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>