รักตัวเอง แต่อยู่กับตัวเองไม่ได้

รักตัวเอง
ถ้าเรารักตัวเอง แล้วทำไมถึงอยู่กับตัวเองไม่ได้
เเชร์ (Share)

รักตัวเอง แต่อยู่กับตัวเองไม่ได้

“รู้สึกเหงา ว้าเหว่ โดดเดี่ยว ต้องการมีเพื่อนหรือใครอยู่ด้วย หรือไม่ก็ต้องทำอะไรอย่างหนึ่ง อยู่เฉยๆ นิ่งๆ ไม่ได้ จะรู้สึกกระอักกระอ่วน บางครั้งก็ถึงกับ ทุรนทุราย..”

ถ้าเรารักตัวเองแล้ว ทำไมเราถึงอยู่กับตัวเองไม่ได้..?

มีใจเป็นมิตรมีจิตเป็นเพื่อน

(บทคัดย่อจากหนังสือ ‘มีใจเป็นมิตร มีจิตเป็นเพื่อน’ โดย หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

ถ้าถามว่าเรา.. รักตัวเอง ..หรือเปล่า ทุกคนคงตอบว่ารัก แต่ถ้าให้เราไปอยู่ในห้องคนเดียวเราจะอยู่ได้ไหม ถ้าเรารักตัวเราเองจริง เราก็น่าจะอยู่ได้ แถมพอใจด้วยซ้ำ เหมือนกับที่เรารักใครสักคนเราก็อยากจะอยู่กับคนๆ นั้น แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว น้อยคนที่จะอยู่กับตัวเองได้ แม้ในห้องนั้นจะมีทุกอย่าง ข้าวปลาอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย รวมทั้งไม่มีวิทยุ โทรทัศน์ หรือโทรศัพท์มือถือ เรียกว่าถ้าอยู่คนเดียวจริงๆ ติดต่อใครไม่ได้เลย จะรู้สึกกระสับกระส่าย ทุรนทุราย…

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ก่อนที่จะทำ เราต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นมิตรกับตัวเองให้ได้ หรือการรักตัวเองให้เป็น รักตัวเองให้ถูก ด้วยการเป็นมิตรกับจิตใจของตัวเอง รู้จักวิธีที่จะอยู่กับตัวเองให้ได้ ใจเราชอบเก็บเอาเรื่องราวต่างๆ มาปรุงแต่ง เราจึงต้องรู้วิธีจัดการกับใจของเรา คือมีท่าทีที่ถูกต้อง เวลาเอาเรื่องไกลตัวมาคิด เราก็ต้องรู้วิธีที่จะไม่ไปกังวลกับเรื่องเหล่านั้น

เวลานึกถึงคนที่เราไม่พอใจ ความโกรธเกิดขึ้นมา เราก็จะรู้ว่าจะจัดการกับความโกรธนี้อย่างไร ไม่ไปหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับเรื่องที่คิด หรือภาพของคนที่เกลียด ใจจะคิดอะไรร้อยเเปดมายั่วให้โกรธ เราก็ไม่โกรธ มาอยู่ให้กังวล เราก็ไม่กังวล เพราะเรารู้วิธีที่จะอยู่กับจิตใจ หรืออารมณ์เหล่านี้ จะเป็นเรื่องบวกเรื่องลบ เราก็ไม่ฟูไม่แฟบ เห็นแล้วก็รู้ว่ามันเป็นอาการของจิตอย่างนั้นเอง ไม่ตีโพยตีพาย ความคิดมันจะรวนเรเกเรอย่างไร เราก็สามารถอยู่เป็นปกติได้..

..พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ ให้อยู่ท่ามกลางคนหมู่มากเหมือนอยู่คนเดียว คือว่าสงบได้ ไม่ใช่วุ่นวายไปตามผู้คน ไม่ใช่หวั่นไหวไปตามเสียงนินทาสรรเสริญของผู้คน อยู่ได้ท่ามกลางผู้คนเหมือนอยู่คนเดียว และเวลาอยู่คนเดียวก็เหมือนกับอยู่หลายคน คือมีความอบอุ่น ไม่ว้าเหว่ โดดเดี่ยว นี่คือหนทางที่จะทำให้เรามีชีวิต มีจิตใจมั่นคง และยืดหยุ่นในเวลาเดียวกัน นี่คือวิธีการสร้างสันติและมิตรภาพให้กับตัวเอง เป็นการรักตัวเองอย่างถูกต้อง

ใครเขาจะว่าเราอย่างไร ก็ใช่ว่าเราจะเป็นอย่างที่เขาว่า ใครเขาว่าเราเลว ก็ใช่ว่าเราจะเลวไปตามคำพูดของเขา เราจะเลวก็ไม่ใช่เพราะเขาว่า เราจะดีก็ไม่ใช่เพราะเขาว่า เราจะเลวหรือดี มันขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา แต่ว่าเดี๋ยวนี้ ไปรักชื่อเสียงหน้าตามากกว่าตัวเอง

ถ้าชื่อเสียงหม่นหมองก็ทนไม่ไหว กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายผ่ายผอม ลึกๆ แล้วเราไม่ได้.. รักตัวเอง แต่เรารักกิเลสมากกว่า 

กิเลสมันอยากจะได้อะไร กิเลสมันต้องการ ชื่อเสียง เกียรติยศ หน้าตา ก็ปรนเปรอมัน โดยเฉพาะเรื่องหน้าตานี่สำคัญ จะทำอะไรก็ได้ แต่ขออย่าให้เสียหน้าแล้วกัน จึงพยายามถนอมหน้าตาเอาไว้ ซึ่งที่จริงก็คือ การถนอมกิเลสนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะรับคำวิจารณ์ได้ เพราะว่าเสียหน้า ทั้งๆ ที่ถ้าเอาคำวิจารณ์มาพิจารณา ก็จะทำให้เกิด แง่คิดปรับปรุงตนเองได้ แต่ว่ากิเลสมันทนไม่ได้ รับคำวิจารณ์ไม่ได้ จะเจ็บปวดจะตายยังไง ก็ขออย่าให้เสียหน้าก็แล้วกัน นี่เราไปเป็นทาสกิเลส ปรนเปรอมันเสร็จแล้วตัวเองกลับแย่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอให้ไตร่ตรองว่า จริงๆ แล้วเรารักอะไรน่ะ รักกิเลส รักกทรัพย์สมบัติ รักหน้าตา หรือ รักตัวเอง

ถ้าเรามีสติรู้ทันกิเลส เราจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า ที่จริงเราไปรักกิเลสมากกว่า เราไปปรนเปรอกิเลส ตามใจกิเลสมากกว่า เราบอกว่าเรา.. รักตัวเอง แต่เราไม่มีเวลาให้กับตัวเอง เรามัวแต่ไปหาเงินหาทอง หรือมัวแต่สนุกสนานกับใครต่อใคร แต่เวลาที่จะอยู่กับตัวเองกลับไม่มี ในทำนองเดียวกัน เราเสียเวลาไปกับ การปรนเปรอร่างกาย แต่ว่ากลับไม่มีเวลา ให้กับจิตใจของเราแม้แต่ ๕ นาที กับเรื่องนอกตัวนี่ เรามีเวลาให้กับมันเยอะแยะ เช่น การประดับประดาร่างกาย การหาเงินหาทอง การเที่ยว การเสพ แม้แต่การกิน เรามีเวลาให้กับสิ่งเหล่านี้เยอะ แต่เวลาที่จะให้กับจิตใจของตัวเอง กลับไม่มีหรือมีน้อยมาก แล้วก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า เราหลงทิศหลงทางกันไปมากแค่ไหนแล้ว

ขอให้เรา รักตัวเอง อย่างถูกต้องด้วยการมีเวลาให้กับตัวเอง ..คำว่าความรักนี่สะกดว่า เ-ว-ล-า ความรักกับเวลาคือเรื่องเดียวกัน ถ้าเรารักตัวเอง เราต้องมีเวลาให้กับตัวเองเยอะๆ เวลาที่จะอยู่นิ่งๆ ดูจิตดูใจของตัวเอง เวลาที่จะฝึกฝนตนเอง เวลาที่จะเรียนรู้ตัวเอง

รักตัวเอง ตัวเองนี่คือทั้งกายเเละจิต
ตัวเองนี่คือทั้งกายเเละจิต

ตัวเองนี่คืออะไร  ไม่ใช่แค่กายที่เห็นที่จับต้องได้เท่านั้น แต่รวมถึงจิตใจด้วย เราให้เวลากับกายเยอะแล้ว .. แต่จิตใจล่ะ เราให้เวลากับเขาบ้างไหม ขอให้มีความเป็นธรรมกับใจของเราบ้าง อย่าให้มันเอียงไปแต่เรื่องของกายอย่างเดียว ควรให้เวลากับจิตใจบ้าง มีเวลาที่จะฝึกฝนเขา มีเวลาที่จะให้เขากลับกลายเป็นมิตรกับเรา แรกๆ ก็ลำบากหน่อย แต่ว่าต้องให้เวลา ให้เวลาในการทำสมาธิ ให้เวลาในการเจริญสติ แล้วจิตใจไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเรามาก เราอาจจะเริ่มต้นเพียงแค่วันละ ๑o นาที ๒o นาที หรือครึ่งชั่วโมง..

นี่แหละคือวิธีการ ที่จะเป็นมิตรกับตัวเองได้อย่างแท้จริง เป็นมิตรกับตัวเองก็คือ การทำให้ตัวเองเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง พระพุทธเจ้าตรัสว่า อัตตาหิ อัตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่พระองค์ไม่ได้ตรัสแค่นั้น ยังตรัสต่อไปว่า บุคคลที่ฝึกตนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่หาได้ยาก คือตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนี่ยังไม่พอ  ต้องฝึกตนด้วย เพราะถ้าฝึกตนดีแล้ว ก็จะได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก ก็คือการเป็นมิตรกับตัวเองนั่นเอง

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>