ไม่ได้ดั่งใจ ทำไงดี

ไม่ได้ดั่งใจ
รู้สึกหงุดหงิด รำคาญ บางทีก็คับข้องหมองใจ
เเชร์ (Share)

ไม่ได้ดั่งใจ สักอย่าง !

ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ดูสิ

ทำไมถึง.. ถึงเป็นเเบบนี้นะ

คือความรู้สึกของเราเวลาที่ต้องการสิ่งใด หรือคาดหวังกับอะไรแล้วไม่เป็นไปตามนั้น จึงเกิดรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ บางทีก็ถึงกับ คับข้องหมองใจ 

โลกเรานี้ก็เต็มไปด้วยความขัดแย้งตั้งแต่ระดับเล็กๆ ในครอบครัวไปจนถึงระดับใหญ่ เช่นความไม่ลงรอยกันในระดับประเทศหรือนานาชาติ เป็นเพราะว่าเราต่างก็คิดและมองผ่านสายตาของเราออกไปจากมุมของเราเอง ถ้าเป็นสำนวนไทยๆ ก็คงหมายถึงการที่ เราไม่ได้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ชึ่งทาง ‘ฝรั่ง’ เขาก็จะเรียกว่า lack of empathy

ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

เมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็จะเกิดการแบ่งฝ่ายขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ คือ ‘เรา’ และ ‘เขา’ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เเล้ว ‘เรา’ มักจะเป็นฝ่ายถูกต้อง และ ‘เขา’ มักจะเป็นฝ่ายผิดเสมอ.. เช่น

พ่อที่มองลูกที่เกเรว่าเป็น “ลูกไม่รักดี” หรือ “เด็กไร้อนาคต” คือเป็นลูกที่ ไม่ได้ดั่งใจ

สามีที่มองภรรยาว่าเป็น “ภรรยายอมจู้จี้ขี้บ่น” หรือ “ภรรยาที่ไม่เคยเข้าใจเลยว่าตัวเขาเองต้องเหนื่อยจากงานมากขนาดไหน”

คนที่เป็นเพื่อนกันมานานแล้วมองอีกฝ่ายหนึ่งว่า “ไม่มีน้ำใจเลยทำไมเรื่องแค่นี้ช่วยเขาไม่ได้”

และเมื่อเราได้เรียกตัวเองว่า “ผู้ทำถูกต้อง” หรือคิดไปว่าเราเหนือกว่าคนอื่นเมื่อไหร่ นั่นก็จะทำให้ทั้งการกระทำและความสัมพันธ์ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก

ที่น่าสนใจคือ เมื่อเราได้ตี ‘กรอบความคิด’ ขึ้นมาแล้ว เวลาที่เราขัดแย้งหรือไม่เห็นด้วยกับใคร เราก็มักจะมองหาแนวร่วมรอบๆ เพื่อทำให้เรารู้สึกว่าถูกที่คิดหรือทำแบบนั้น เช่น เวลาเราทะเลาะกับแม่ เรามักจะชวนพ่อมาเป็นพวก หรือไม่ก็ชวนพี่น้องมาเป็นพวก เพราะลึกๆ แล้วเราต้องการการยืนยันจากผู้อื่นเกี่ยวกับกรอบความคิดของเรา เราจะรู้สึกมั่นคงยิ่งขึ้นว่าเรานั้นเป็นฝ่ายถูกต้อง คิดและทำในสิ่งที่สมควรแล้ว

ผลที่มักจะตามมาคือ สิ่งต่างๆ กลับยิ่งเเย่ขึ้นไปอีก เพราะอีกฝ่ายหนึ่งก็คิดและทำตามกรอบของเขา สุดท้ายแล้วปัญหาจะจบลงที่ใด

ทำให้ได้ดั่งใจ

การที่จะ ‘ได้ดั่งใจ’ ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน การจะเปลี่ยนคนอื่นต้องเริ่มที่ตัวเราเองในการช่วยปรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเอื้อต่อเขาคนนั้นที่จะเปลี่ยน โดยเริ่มจากฐานที่สำคัญที่สุดนั่นคือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัวของเขาคนนั้น ค่อยๆ ดึงเพื่อนของเขามาเป็นเพื่อนของเราด้วย ซึ่งจะทำให้เขารู้สึกสนใจและเริ่มวางใจเรามากขึ้น

ไม่ได้ดั่งใจ  รับฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจ
รับฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจ

ต่อมาก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าตัว ข้อนี้มีความสำคัญมาก เราจะเปลี่ยนแปลงเขาได้ เราต้องเริ่มที่จะเป็นฝ่าย ‘ฟัง’ เขาก่อน เพื่อจะเข้าอกเข้าใจเขาอย่างถ่องแท้ จากนั้นจึงเริ่มอธิบายเพื่อให้เขาได้เห็นจากอีกมุมหนึ่ง นี่ไม่ใช่การพยายามที่จะประนีประนอม แต่เป็นการพยายยามหาความถูกต้องที่แท้จริงร่วมกัน

“สายเป็นประจำ ไม่เคยตรงเวลา ช่างเป็นลูกน้องที่ไม่ได้ดั่งใจ เอาซะเลย”

“ถ้าอยากรู้ว่าทำไมลูกน้องมาสายเป็นประจำ ต้องลองพูดคุยแบบ ให้เขาเปิดอกว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ เราต้องสร้างความไว้วางใจให้กับเขาก่อนอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น ลำดับถัดมาคือการสื่อสารออกไปถึงสิ่งที่ถูกต้องและควรทำในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งก็จะนำมาสู่การแก้ไขให้ถูกต้องที่สุด”

คำว่า ‘ถูกต้อง’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถูกต้องจากมุมของเรา หรือมุมของเขา แต่คือความถูกต้องที่เป็นสากล เป็นความจริงที่ถูกยอมรับ ตามสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมและสังคมนั้นๆ การแก้ปัญหาจึงจะยั่งยืนและถาวร

ถ้าเป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน และมีความซับซ้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือการแก้ไขปัญหาในองค์กร อาจจะต้องใช้ Empathy Map เข้ามาช่วยซึ่งประกอบไปด้วย

สิ่งที่เขาคิด (Thinking) – เขากำลังคิดอะไรอยู่..? เช่น เหตุการณ์ที่พบเจอทำให้เขาคิดอย่างไรต่อเหตุการณ์นั้น..?

สิ่งที่รู้สึก (Feeling) – เขา รู้สึกอย่างไร..? เช่นความรู้สึกก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร..? ความรู้สึกที่เขาได้รับจากคนอื่นๆ ในสังคม และสภาพแวดล้อม เป็นอย่างไร?

สิ่งที่เห็น (Seeing) – เขาเห็นอะไรในเหตุการณ์นั้น..?  เช่น ภาพที่เขาเห็นบ่อยๆ ในหัวของเขาเองคืออะไร?

สิ่งที่ได้ยิน (Hearing) – เขาได้ยินอะไรบ้างในเหตุการณ์นั้น..? เช่นเสียงเหล่านั้นเป็นเสียงจากใคร มีความสำคัญกับเขาอย่างไร?

ประสบการณ์ (Experience) – เขาพบเจออะไรมาบ้าง..? เช่น เขามีความเชื่ออย่างไรต่อสิ่งที่เคยประสบมา..?

ความเจ็บปวด (Pain) – เขามีความทุกข์กับเรื่องอะไร..? เช่น เหตุการณ์ในอดีตอะไรที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด..?  เขากำลังเผชิญความยากลำบากอะไร..?

ความสุข (Happiness) – เขามีความสุขกับอะไร..? เช่น เช่น เหตุการณ์ในอดีตอะไรที่ทำให้เขามีความสุข..? 

คุณค่า (Value) – คุณค่าอะไรที่หล่อหลอมให้เป็นตัวเขาหรืออยู่ภายในตัวเขา..? เช่น อะไรที่ทำให้เขารู้สึกมีความหมายในสถานการณ์แบบนั้น..?

การจะเปลี่ยนจาก.. ไม่ได้ดั่งใจ ให้เป็นได้ดั่งใจ ต้องเริ่มจากการเข้าใจคนอื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเราจะช่วยทำให้คนที่อยู่กับเรามีความสุขได้มากขึ้น เพราะการเอาใจเขามาใส่ใจเราช่วยทำให้เกิดทั้งความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจได้มากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ตัวของเราเองก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี คือการกระทำของเราจะมีเสียงที่ดังกึกก้องขึ้นในใจของอีกฝ่ายมากกว่าการพูด การสอน หรือแม้กระทั่งการพร่ำบ่น (Actions speak louder than words)

ให้จำไว้อยู่เสมอครับว่า กรอบความคิดของเราจะส่งผลต่อการกระทำ และไม่ใช่แค่การกระทำของเรา แต่ยังส่งผลถึงการกระทำของผู้อื่นต่อเราด้วย ยิ่งไปกว่านั้น..การที่คนอื่นปฏิบัติกับเราอย่างไรไม่ใช่เพราะแค่สิ่งที่เราปฏิบัติกับเขา แต่เพราะสิ่งที่เขารู้สึกจากสายตาที่เรามองเขาด้วยเช่นกัน การที่เขาคนนั้น.. ไม่ได้ดั่งใจ อาจเป็นเพราะว่าเราเองก็ไม่เคยเป็นได้ดั่งใจอย่างที่เขาอยากให้เป็น ฉะนั้นจึงต้องเริ่มจากตัวเราก่อนครับ

.

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมเเละหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>