ตั้งเป้าหมาย อย่างไรให้ได้ผล

ตั้งเป้าหมาย
สร้างผลงานออกมาได้จริงๆ ด้วยการทําในสิ่งที่ใช่
เเชร์ (Share)

ตั้งเป้าหมาย อย่างไรให้ได้ผล

การที่เราจะไปให้ถึงหรือบรรลุสิ่งที่มุ่งหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตส่วนตัว การทำงาน รวมถึงการทำเพื่อสังคมส่วนรวม เราควรที่จะระบุออกมาให้ชัดเจนว่า จริงๆ แล้วเป้าหมายคืออะไร มิฉะนั้นก็มีแนวโน้มสูงว่า สิ่งที่ต้องการหรือเป้าหมายจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามสภาพการณ์ อารมณ์ หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามามีอิทธิผล ซื่งอาจจะ มากบ้าง น้อยบ้าง กลายเป็น ‘Moving Target’ ที่จะแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และไม่ก่อให้เกิดสิ่งใด

ตั้งเป้าหมาย แล้วก็ต้องให้ได้ผล คือการสร้างผลงานออกมาได้จริงๆ ด้วยการลงมือทําในสิ่งที่ใช่ และคำว่า ‘สิ่งที่ใช่’ นี้ ก็ต้องมีความเชื่อมโยงกันกับส่วนต่างๆ ทั้งหมด จึงจะเกิดเป็นความสําเร็จที่แท้จริงได้

ตั้งเป้าหมาย ที่ฉลาด (SMART)

การใช้หลักของ S-M-A-R-T ยังคงได้ผลดีเสมอ เพราะครอบคลุมการตั้งเป้าหมายที่ดีในทุกๆ ด้าน กล่าวคือ

  • S (Specific) — มีความเฉพาะเจาะจง ไม่กว้างจนเกินไป มีความชัดเจน 
  • M (Measurable) — สามารถวัดผล และระบุออกมาเป็นตัวเลขได้   
  • A (Attainable) — เป็นไปได้ สามารถบรรลุผลได้จริง
  • R (Realistic) — สะท้อนความเป็นจริง และมีความสมเหตุสมผล
  • T (Timely) — กำหนดที่เวลาชัดเจน

ส่วนที่ต้องเพิ่มเติมจากตรงนี้คือ การเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่ต้องทำให้เกิดขี้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ ในตอนแรก

ตั้งเป้าหมาย ที่เชื่อมกับผลลัพธ์ (OKRs)

OBJECTIVE & KEY RESULTS หรือเรียกสั้นๆ ว่า OKRs คือแนวคิดกว้างๆ ที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน และทุกขนาดของธุรกิจ และอายุขององค์กร ซึ่งสามารถทำให้เห็นทุกมุมของการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายในเชิงธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และ ระบบการทํางาน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์กับ การบริหารจัดการในชีวิตส่วนตัว และกิจกรรมเพื่อสังคมและส่วนรวมเช่นกัน

OKRs ไม่ได้มาแทนที่ KPI แต่เราสามารถใช้ทั้งสองเครื่องมือเพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกันได้

KPI หรือ Key Performance Indicator เป็นเครื่องมือที่ใช้กันโดยทั่วไปและมีมานานแล้ว ซึ่งก็คือสิ่งที่เราจะใช้วัดผลจากสิ่งที่เราทำ ลองดูตัวอย่างนี้ครับ

ในเเต่ละเดือน เจ้าของเว็บไซต์ kwarmsook.com มี KPI คือ ‘จำนวนบทความที่เผยแพร่ 20 บทความ’

ซื่งดูเหมือนว่าชัดเจนดีแล้ว แต่จะดีมากถ้ามีการเพิ่มเติมและสร้างความเชื่อมโยงบางสิ่งบางอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดและสามารถจัดการได้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง OKRs จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

OKRs ประกอบด้วย O (Objectives) และ KRs (Key Results)

  • Objectives คือเป้าหมายที่ต้องการจะทำให้สำเร็จ
  • Key Results คือผลลัพธ์ หรือสิ่งที่เราต้องทำให้สำเร็จ เพื่อไปถึงเป้าหมายหรือ Objective

Key Results ต้องตรงไปตรงมา วัดผลได้ ถ้าเราถามว่า KR อันนี้สำเร็จมั้ย ก็จะมีได้แค่ 2 คำตอบคือ “ใช่” กับ “ไม่”

ตั้งเป้าหมาย ให้ได้ผล
ทุก Objective จะมี Key Results ที่ชัดเจน

การกำหนด KRs ที่ดี ไม่ควรจะน้อยหรือมากเกินไป (3 – 5 อัน) และที่สำคัญคือ ต้องให้ความสำคัญกับ ปริมาณ (Quantity)  คุณภาพ (Quality) ที่มีสมดุลกัน จากตัวอย่างด้านบน ตอนนี้ลองเอา KPI and OKRs มาต่อกันเป็นภาพรวมนะครับ

KPI คือ ‘จำนวนบทความที่เผยแพร่ 20 บทความ ในเเต่ละเดือน’

OKRs ก็จะประกอบไปด้วย

  • O – Objectives: บทความเกี่ยวกับคิดดีมีสุข 10 บทความ และบทความเกี่ยวกับรู้ดีมีสุข 10 บทความ
  • KRs – Key Results: สรุปหนังสือดีๆ และมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ‘คิดดีมีสุข’ จำนวณ10 เล่ม และเกี่ยวข้องกับ ‘รู้ดีมีสุข’ อีก 10 เล่ม

OKRs เป็นเรื่องของการกระจายงาน และความรับผิดชอบตามสายงานและหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

KRs (Key Results) ของหัวหน้า คือ O (Objective) ของทีมงาน

ในตัวอย่างนี้ หัวหน้าซึ่งคือเจ้าของเว็บไซต์ kwarmsook.com จะกระจายหนังสือที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องให้ลูกน้อง 2 ทีม ทีมละ 10 เล่ม จากนั้นหัวหน้าของแต่ละทีมงานจะนำ KRs ของเจ้าของเว็บไซต์ ไป ตั้งเป้าหมาย (O) ของตัวเอง

O (Objective I) ของหัวหน้าทีมแรกคือ สรุปหนังสือเกี่ยวกับ ‘คิดดีมีสุข’ 10 เล่ม

O (Objective II) ของหัวหน้าทีมที่สองคือ สรุปหนังสือเกี่ยวกับ ‘รู้ดีมีสุข’ 10 เล่ม

KRs ของหัวหน้าแต่ละทีม (สมมติว่าแต่ละทีมมีลูกน้อง 3 คนที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจง และแตกต่างกัน) คือ

1. ระบุเนื้อหาหลักของทั้ง 10 เล่ม ออกมา

2. เรียบเรียงเนื้อหา เขียนบทนำ และส่วนสรุป

3. หาภาพประกอบเรื่องและการวางเลย์เอาท์ที่เหมาะสม

ซึ่ง KR แต่ละข้อของหัวหน้าทีมด้านบน ก็จะกลายเป็น O ของลูกทีมแต่ละคน ..จากนั้นลูกทีมแต่ละคนต้องนำ O ของตัวเองไปหา KRs หรือผลลัพธ์ หรือสิ่งที่ต้วเองต้องทำให้สำเร็จอีกทีหนึ่ง 

OKRs ของคนในทีมต้องสอดคล้องกัน ถ้าไปคนละทาง ก็แสดงว่าทุกคนไม่ได้มุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกัน และต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด การทำ OKRs จะต้องมีการวัดผลตลอด มีการอัพเดทความคืบหน้าอยู่สม่ำเสมอ และคนในทีมจะต้องเข้าถึง OKRs ของทุกคน เพื่อจะได้เห็นปัญหาและยื่นมือช่วยเหลือกันไว้ได้ทัน โดยคะแนนของแต่ละ KR จะมี 3 ระดับคือ เขียว, เหลือง, แดง เช่นเราอาจจะตั้งว่า

สีเขียว = สำเร็จ 80 – 100%

สีเหลือง = สำเร็จ 60 – 79 %

สีแดง = สำเร็จน้อยกว่า 60 %

บาง KRs ที่คิดว่าไม่สามารถทำสำเร็จได้แน่นอน หรือควรจะต้องเปลี่ยนแปลง ก็สามารถทำได้ แต่ต้องแจ้งทุกคนที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับเหตุผลชี้แจง และต้องหา KRs ใหม่ที่เหมาะสมกว่า เพื่อที่จะให้บรรลุ O ที่ได้ตั้งไว้ก่อนหน้าแล้ว

“OKRs ช่วย Google เติบโตแบบ 10X หรือ 10 เท่า และมากกว่านั้น OKR ช่วยให้เราสามารถทำเป้าหมายอันยิ่งใหญ่และบ้าคลั่งของเราที่จะ ‘จัดการข้อมูลในโลก’ จนประสบความสำเร็จได้ OKR ช่วยให้ผมและคนอื่นๆ ในบริษัทบรรลุเป้าหมายได้ตามเวลาที่กำหนดในช่วงที่สำคัญที่สุดกับองค์กร”  (Larry Page; Google’s Co-founder)

OKRs คือหนึ่งในเครื่องมือบริหารองค์กร ที่ใช้ในการตั้งเป้าหมาย ซึ่งถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรระดับโลก เช่น Google, GOJEK, Samsung, Amazon, Facebook, LinkedIn และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะ OKRs ไม่ได้ทำให้แค่บรรลุเป้าหมายขององค์กรเท่านั้น แต่เป็นการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายและยิ่งใหญ่กว่าเดิมให้กับทุกคนในองค์กร

ประโยขน์ที่ได้ต่อทีมงานคือ การโฟกัสที่เป้าหมาย และงานที่ต้องสำเร็จในแต่ละสัปดาห์ และเห็นสิ่งที่ทำสำเร็จในแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไปได้อย่างชัดเจน รูปแบบ และความโปร่งใสของ OKR ทำให้สมาชิกในทีมพูดคุยกันมากขึ้น รวมไปถึงการให้และขอ Feedback จากคนในทีมเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายเดียวกัน

ในแง่ของผู้นำองค์กร  OKRs จะทำให้มีเวลาที่จะคิดเรื่องกลยุทธ์มากขึ้น เนื่องจากทีมงานทุกคนมีเป้าหมาย และหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วยตนเอง นั่นก็หมายความว่าผู้นำจะมีหน้าที่ ‘นำ’ แต่ไม่ ‘ทำแทน’ สมาชิกในทีม การประเมินคุณภาพงาน และคนในทีมงานจะชัดเจนขึ้น จะเห็นเลยว่า ใครทำอะไรสำเร็จ มากน้อยเท่าใด และอะไรที่ยังขาดอยู่

และนั้นเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไม OKRs ถึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการ ตั้งเป้าหมาย ที่มีประสิทธิภาพและสามารถช่วยให้หลายๆ องค์กรชั้นนำเติบโตแบบเขย่งก้าวกระโดด หรือเติบโตแบบ 10X ในระยะเวลาอันสั้น

.

นื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>