เป็นคนคิดมาก ควรแก้ไขยังไง

เป็นคนคิดมาก ควรเเก้ไขยังไง
คิดมากมีทั้งที่ 'รู้ตัว' เเละ 'ไม่รู้ตัว'
เเชร์ (Share)

เป็นคนคิดมาก ควรแก้ไขยังไง

เวลาที่ต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ คนส่วนใหญ่ซึ่งรวมถึงตัวเราเอง มักจะพยายามหาข้อมูลให้มาก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ

เราจะคิดหาเหตุผลต่างๆ มากมาย มาอธิบายเพื่อทำให้เกิดความแน่ใจ และความรอบคอบ เพื่อป้องกันการผิดพลาด ซึ่งนั่นทำให้หลายๆ คน กลายเป็นคนคิดมาก โดยมีทั้งแบบที่ ‘รู้ตัว’ และ ‘ไม่รู้ตัว’

คนที่ ‘รู้ตัว’ ว่าเป็นคนคิดมาก ก็มักจะพูดว่า

“นั่นเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะการใช้ข้อมูลจำนวนมาก เพื่อพินิจพิเคราะห์ จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

สำหรับคนที่ ‘ไม่รู้ตัว’ หลายๆ คน พวกเขาจะพูดว่า

“ไม่นะ ไม่ได้คิดมาก ..มันเป็นเรื่องสำคัญ ก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วน และต้องใช้เวลาอีกหน่อย”

ตอนนี้ให้เราลองถามตัวเองว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว..

..เราเป็นคนที่ชอบใช้ความรู้สึก (Gut Feeling) และสัญชาตญาณ (Instinct) ในการตัดสินเรื่องราวและสิ่งต่างๆ..

หรือว่า

..เรามักจะชอบ มองหาเหตุผลประกอบ (Rationale) ก่อนที่จะสรุป หรือตัดสินเรื่องราวและสิ่งเหล่านั้น..

เมื่อไม่นานมานี้ มีการค้นพบว่า มนุษย์เราใช้ข้อมูล เเละเหตุผลมากเกินความจำเป็นในหลายๆ โอกาสเเละสถานการณ์ ซึ่งทำให้เราลืมที่จะใช้ หรือตัดโอกาสที่จะใช้ “จุดแข็งที่มีอยู่ในตัว” ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เเละช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า

สมองคนเรานั้น มีกระบวนการทำงานอัตโนมัติอยู่เบื้องหลังที่เราเรียกว่า ‘จิตไร้สำนึก’ (Unconscious Mind) ทำให้เราสามารถคัดกรอง ข้อมูลจำนวนมาก ผสมผสานข้อมูล แยกรายละเอียด ประมวลผล และสรุปได้อย่างรวดเร็ว รวดเร็วถึงขนาดที่ว่า 2 วินาทีแรกก็เพียงพอแล้วสำหรับกระบวนการทั้งหมด..!

จิตไร้สำนึกทำงานอย่างแม่นยำ

หลายคนชอบใช้เหตุผลในการตัดสินเรื่องต่างๆ และจะรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเผลอใช้จิตไร้สำนึกของตัวเอง

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จิตไร้สำนึกจะมีความสำคัญมากกับการตัดสินใจที่สำคัญ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

พิพิธภัณฑ์ Getty Museum ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ต้องการที่จะซื้อประติมากรรมกรีกโบราณที่มีมูลค่าประมาณ 10 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกเสนอขายอยู่ในตลาดงานศิลปะ จึงให้ทีมงานทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งใช้เวลารวมทั้งหมด 14 เดือน และได้ข้อสรุปว่า รูปปั้นกรีกโบราณนั้นเป็นของแท้

ในทางตรงข้าม ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและนักประวัติศาสตร์ศิลปะ 3 คนที่ถูกเชิญมาเพื่อดูรูปปั้น พูดเป็นทำนองเดียวกันว่า “มันไม่ใช่” ตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเขาได้เห็น

การตรวจสอบครั้งที่สองจึงเกิดขึ้น และความจริงก็ปรากฏ รูปปั้นประติมากรรมนั้นเป็นของปลอม ที่นักต้มตุ๋นทำขึ้นมาเองในช่วงทศวรรษ 1980

เราทุกคนใช้จิตไร้สำนึกอยู่บ่อยๆ

เราใช้สัญชาตญาณ หรือจิตไร้สำนึกเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ลืมที่จะเห็นคุณค่าของมัน เช่น ความรู้สึกไม่ถูกชะตาหรือรู้สึกไม่ดีกับใครสักคนนึง และต่อมาก็ได้พบว่าเขาคนนั้นมีเจตนาไม่ดีแอบแฝงอยู่จริงๆ

เราเชื่อในความสามารถของแพทย์บางคน ที่พูดคุยกับเราเพียงนิดเดียว ว่าจะสามารถรักษาเราให้หาย มากกว่าแพทย์อีกคนหนึ่งที่พูดคุย และซักไซ้ไล่เลียงถึงอาการของเราอย่างละเอียด

นักลงทุนบางคนตื่นมาพร้อมอาการรู้สึกอยากขายหุ้นบางตัวทิ้งไป จากนั้นราคาหุ้นเหล่านั้นก็ตกลงไปจริงๆ

เหตุการณ์ทั้งหมดนั่นเกิดจากการทำงานของจิตไร้สำนึก ของแต่ละบุคคล..!

ที่พอจะเห็นกันได้ชัดเจนที่สุดก็คือ นักฟุตบอลกองหน้าหลายๆ คน ที่มีชื่อเสียงยืนยาวในเรื่องของการทำประตู เขาเหล่านั้นสัมผัสลูกฟุตบอลเป็นจำนวนที่น้อยครั้งมาก แต่มักจะอยู่ ‘ถูกที่ถูกเวลา’ เสมอเเละทำประตูให้ทีมได้ ซึ่งในแวดวงการซื้อขายนักกีฬาจะพูดกันว่า “จ่ายให้เพื่อซื้อสัญชาตญาณ”

เป็นคนคิดมาก เเก้ด้วยการใช้สัญชาตญาณบ้าง
สัญชาตญาณ..ข้อดีที่ติดตัวมาเเต่เกิด

แยกข้อมูลที่สำคัญและไม่สำคัญออกจากกัน

ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมด และใช้เวลาในการคิดกลับไปกลับมาหลายๆ รอบ หลีกเลี่ยงการเป็นคนคิดมาก ด้วยการใช้ข้อมูลที่จำเป็น ร่วมกับสัญชาตญาณ ในการประกอบการตัดสินเรื่องต่างๆ ให้มากขึ้น

ถ้าเรามองไปที่คู่รักคู่หนึ่ง แล้วต้องการทำนายว่า พวกเขาจะอยู่กันไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เราก็เพียงแค่ดูจากสัญญาณบางอย่างที่พวกเขาส่งออกมา เช่น สีหน้า และการพูดจาโต้ตอบ ก็น่าจะพอบอกได้แล้ว

ไม่ต้องเสียเวลาในการสังเกต และวิเคราะห์อย่างละเอียดไปทุกเรื่อง เช่น การแต่งกาย รูปร่าง ลักษณะท่าทาง การนั่ง ฯลฯ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมาก หรืออาจจะไม่มีเลยในหลายๆ กรณี

เปิดโลกทัศน์ด้วยการออกไปเจอสิ่งใหม่ๆ

คอยระวังอย่าให้ตัวเอง หมกมุ่นอยู่แต่กับข้อมูลที่มีอยู่ตรงหน้ามากเกินไป พยายามทำตัวเองให้ ‘กว้าง’ ด้วยการพูดคุย แลกเปลี่ยน และฟัง ‘เรื่องเล่า’ จากผู้อื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่ไว้ใจได้ และมีประสบการณ์ตรงกับเรื่องที่เรากำลังสนใจ

ซึ่งความหลากหลายที่เราได้รับเหล่านั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของจิตไร้สำนึก หรือสัญชาตญาณของเราให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติและเราไม่สามารถควบคุมได้ หน้าที่ของเราก็เพียงแต่เปิดโลกทัศน์ เพื่อรับความหลากหลาย ..อย่าเพียงแค่ยึดติดกับข้อมูลและเหตุผลที่มี

นอกจากจะช่วยลดการเป็นคนคิดมากแล้ว การเปิดโลกทัศน์เพื่อพบเจอสิ่งใหม่ๆ ยังสามารถช่วยลด ‘อคติ’ (Bias) ของมนุษย์เราต่อสิ่งต่างๆ

เช่น ในกรณีของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พยายามส่งเสริมให้ คนผิวขาวให้กำลังใจและเชียร์คนผิวสีซึ่งเป็นตัวแทนของชาติสหรัฐในการแข่งขันกีฬาต่างๆ หรือในวงการภาพยนตร์ ที่พยายามให้โอกาสนักแสดงผิวสีได้รับบทนำในภาพยนตร์ใหญ่ๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่แท้จริงของบุคคล และลดการเหยียดสีผิว รวมถึงความแตกต่างของเชื้อชาติ ซึ่งยังคงมีปัญหาในสหรัฐอเมริกา และอีกหลายภูมิภาคทั่วโลก

จิตไร้สำนึกเป็นสิ่งที่เราควรตระหนักถึงคุณค่า และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเรื่องต่างๆ ร่วมกับข้อมูลที่มี เป็นการทำให้เกิดสมดุลระหว่าง ‘ข้อเท็จจริง’ ที่มองเห็น และ ‘สัญชาตญาณ’ จากภายใน ที่คอยเตือนเราถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง ที่อาจเกิดขึ้นแม้จะมีเหตุผลดีๆ ประกอบมากมาย ซึ่งนั่น..จะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและดีกว่า

.

หนังสือ: คิดให้น้อยลงแล้วจะเห็นได้ลึกกว่า

.

ร้านหนังสือ [Bookshops]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>