เลิก.. ผัดวันประกันพรุ่ง

ผัดวันประกันพรุ่ง
ทำงานยากให้เป็นงานง่าย
เเชร์ (Share)

เลิก.. ผัดวันประกันพรุ่ง

เจองานยาก งานที่ไม่ชอบ งานที่ไม่ถนัด หรือบางทีก็เป็นงานที่ไม่ถูกใจ ก็เลยขอเลื่อนไปก่อน เลื่อนไปเลื่อนมาสุดท้ายก็ทำไม่ทัน วันนี้..เราจะมาดูเทคนิค สำหรับการทำงานยากให้เป็นงานง่าย เพื่อเราจะไม่ต้อง.. ผัดวันประกันพรุ่ง ..แล้วลงมือทำ ทำให้ได้ดีและทำเสร็จตามกำหนด

  1. กำหนดเป้าหมายของการทำงานให้ชัดเจน ว่าเราต้องการที่จะทำอะไรให้สำเร็จ แล้วเขียนออกมาเป็นข้อๆ โดยระบุเดดไลน์ (deadline) ให้ชัดเจน ถ้าใครเคยทำ Mind Mapping ก็ให้ใช้เทคนิคนี้ ในการเขียนความเชื่อมโยง เรื่องหลักที่จะทำ และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง จะได้เตรียมการในขั้นต่อไป
  2. วางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียด เชื่อไหมครับว่า ทุก 1 นาที ที่เราใช้ในการวางแผนอาจจะช่วยให้เราประหยัดเวลาได้มากถึง 10 นาทีในการทำงานจริง ..ถ้าเป็นงานที่มีความซับซ้อนและใช้เวลา อาจจะต้องมีการวางแผนเดือน แล้วแบ่งย่อยเป็นรายอาทิตย์หรือสัปดาห์ และลงไปที่แต่ละวันว่าจำเป็นต้องทำอะไรให้เสร็จ
  3. ใช้กฎ 80/20 คือทำในส่วนงานที่มีความสำคัญจริงๆ และให้ผลลัพธ์ที่มากกว่า อย่าเสียเวลากับเรื่องยิบย่อย ให้ใช้เวลากับงานที่มีความสำคัญมากๆ เป็นอันดับแรก
  4. คิดถึงผลในระยะยาวเสมอ การที่เราตัดสินใจและมองเป้าหมายในระยะยาวจะช่วยทำให้เรา ตัดสินใจในระยะสั้นได้ดีขึ้น เพราะเราจะรู้ว่าต้องทำสิ่งใดในวันนี้หรือพรุ่งนี้ เพื่อให้ได้ผลอย่างที่คาดหมาย ในอนาคตข้างหน้า
  5. ฝึก.. ผัดวันประกันพรุ่ง ..อย่างสร้างสรรค์ คือก็มีบ้างที่เรารู้สึกเหนื่อยล้าแล้วอยากพักผ่อน เราก็ควรใจดีกับตัวเองบ้าง ให้เลือกผัดวันกับงานที่ไม่ค่อยมีความสำคัญ งานที่มอบหมายให้ผู้อื่นทำได้ ในขณะเดียวกันงานบางอย่างก็สามารถจ้างให้คนอื่นทำแทนได้
  6. A B C D E จัดลำดับความสำคัญของงาน..  A คืองานที่สำคัญที่สุดและเป็นเราเท่านั้นที่ทำได้, B คืองานที่ควรทำ, C คืองานที่ถ้าทำได้ก็ดี ไม่ทำก็ไม่เป็นไร, D คืองานที่ควรให้คนอื่นทำแทนเราได้,  E คืองานที่ไม่สำคัญเลยหรือเคยสำคัญแต่ตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว
  7. ให้ความสำคัญกับ หน้าที่หลักหรือหัวใจของงาน อันนี้คือจุดที่เราต้องตอบให้ได้ว่าทำไมบริษัทหรือองค์กรถึงจ้างเรา อะไรเป็นสิ่งที่ทางบริษัทหรือองค์กรคาดหวังจากเรามากที่สุด ควรให้เวลากับสิ่งนั้นให้มากและทำให้มีคุณภาพ
  8. ใช้กฎทอง 3 ประการ นึกและเขียนออกมาว่าอะไรคือหน้าที่หลัก 3 อย่าง ที่เราทำแล้วจะเกิดประโยชน์สูงสุดคือประมาณ 90% ของงานทั้งหมดของเรา แล้วทุ่มเททำงานตรงนี้
  9. เก็บกวาดโต๊ะให้เรียบร้อยให้เหลือไว้แต่งานที่ต้องทำอยู่ตรงหน้า เตรียมการทุกอย่างให้รอบคอบ รวบรวมข้อมูลแล้ว..ลุยได้เลย อย่าปล่อยโต๊ะทำงานให้ยุ่งเหยิง เพราะอาจสร้างความสับสนและความหงุดหงิดใจได้ว่า มีงานที่คั่งค้างเต็มไปหมดจะเลือกทำอะไรก่อน #$%!
  10. มองถังน้ำมันทีละถัง เป็นการเปรียบเทียบการเดินทางในทะเลทราย ที่ผู้เดินทางต้องมองถังน้ำมันทีละถัง เพื่อไปสู่จุดหมายแต่ละจุดและไม่หลงทาง นั่นก็คือการวางแผนการทำงานให้เป็นขั้นๆ แล้วทำให้เสร็จทีละขั้น โดยไม่ต้องพะวงกับส่วนงานที่ยังมาไม่ถึง
  11. พัฒนาทักษะของตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ เช่นการอ่านหนังสือ บทความ หรือการเข้าคอร์สสัมมนา เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และสามารถทำงานให้ดีขึ้น
  12. มองหาข้อจำกัดและอุปสรรคในตัวงาน เพื่อที่จะหาทางจัดการให้เหมาะสม ซึ่งช่วยทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน
  13. สร้างแรงกดดันให้ตัวเองบ้าง เช่นการกำหนดเดดไลน์หลอกๆ ที่เร็วขึ้นกว่า เดดไลน์จริง เป็นการฝึกตัวเองให้เค้นศักยภาพออกมาในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งเป็นวิธีฝึกที่ได้ผลของผู้นำที่ทำงานเก่งหลายๆ คน
  14. กระตุ้นตัวเองให้ลงมือทำ มองหาข้อดีในทุกสถานการณ์
  15. เทคโนโลยีสร้างปัญหามากกว่าที่คิด..?? จำกัดเวลาการเล่นโซเชียลมีเดีย (Social Media) เพื่อให้เรามีสมาธิกับงานที่อยู่ตรงหน้า
  16. เทคโนโลยีดีกว่าที่คิด ตรงข้ามกับข้อเมื่อกี้เลย..!! ..ถ้าใช้เทคโนโลยีเป็นจะเป็นประโยชน์กับงานของเราอย่างมาก ทั้งในเชิงคุณภาพและเวลา
  17. ให้ใจจดจ่อกับงานที่ทำ ทำงานแบบมีโฟกัส ไม่ควรทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (multitasking) เพราะจะทำให้ทำงานไม่มีคุณภาพหรือบางทีก็ทำไม่เสร็จ ข้อแนะนำที่ดีคือทำงานต่อเนื่อง 90 นาทีแล้วให้พัก 15 นาที สลับกันไป
  18. ในงานที่มีความซับซ้อน ให้หั่นงานเป็นชิ้นๆ แล้วทำทีละส่วนเพื่อเป็นการสร้างกำลังใจ หลังจากที่เสร็จส่วนแรกก็ไปทำส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 ต่อไปเรื่อยๆ จนสำเสร็จ
  19. สร้างตารางเวลาหรือ Time Table เพื่อให้ เรารู้ว่า ต้องทำงานในแต่ละส่วนหรือแต่ละชิ้นเสร็จสิ้น เมื่อไหร่
  20. สตาร์ทเครื่องให้ติด ช่วงเริ่มจะยากหน่อยแต่ถ้าเริ่มได้แล้ว ตั้งใจทำไปสักพักจะเกิดภาวะ ลื่นไหล คือพยายามเริ่มให้ได้ แล้วความลื่นไหลจะตามมา
  21. แน่วแน่กับงานทุกอย่างที่จัดสรรแล้วว่า มีความสำคัญ ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ อย่าล้มเลิกง่ายๆ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี
ผัดวันประกันพรุ่ง เเก้ไขด้วยการ วางเเผนล่วงหน้า
วางแผนล่วงหน้า เเล้วทำทีละขั้น

แนวทางทั้ง 21 ข้อเพื่อเลิกการ.. ผัดวันประกันพรุ่ง และทำงานให้ได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง มาจากหนังสือขายดีระดับโลก ที่มียอดขายทะลุ 1.6 ล้านเล่มในระยะเวลาไม่นาน

คุณ ไบรอัน เทรซี่ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เปรียบงานยากๆ ว่าเป็นเหมือน “กบ” ที่หลายคนเบือนหน้าหนี โดยที่ไม่รู้เลยว่าถ้า “กินกบ” ตัวนั้นเข้าไป หน้าที่การงาน และชีวิตก็ดีขึ้นอย่างมหาศาล ถ้ากินกบตัวใหญ่เท่าไหร่ ชีวิตเราก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น เขาจึงแนะนำวิธีค้นหา และลงมือกินกบตัวที่ใหญ่และสำคัญที่สุด

ไบรอัน เทรซี่ เป็นหนึ่งในนักคิด นักพูดที่สร้างแรงจูงใจที่ สร้างผลสำเร็จ ให้กับคนมาแล้วทั่วโลก 55 ประเทศ กว่า 5 ล้านคน จากการบรรยายกว่า 5,000 ครั้งใน 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็นที่ปรึกษามาแล้วกว่า 1 พันบริษัท ในแต่ละปี เขาได้ให้แนวคิดกับคนมากกว่า 250,000 คน นอกจากการบรรยายปาฐกถาแล้ว เขายังเขียนหนังสือที่ขายดีระดับโลกอีกด้วย เล่มที่หลายคนรู้จักกันดีก็คือ กินกบตัวนั้นซะ หรือ (Eat That Frog!) และ พ่อไม่รวยก็รวยได้ (The 21 Success Secrets of Self – Made Millionaires) Brian Tracy จึงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิดของผู้คนทั่วโลกในยุคสมัยนี้ เขาไม่ได้สร้างธุรกิจที่โด่งดังหรือเลอเลิศ แต่สิ่งที่ต้องการสร้างคือ องค์ความรู้ที่จะสามารถช่วยให้คนเราสร้างผลสำเร็จได้ในชีวิต

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>