ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง
เปลี่ยนจากความคิด เป็นการลงมือทำ
เเชร์ (Share)

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

เพราะเหตุใด..คนจำนวนมากถึงยอมทิ้งความฝันของตัวเอง แล้วทำตามสิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี..?

แล้วตัวเราเองล่ะ..เคยเป็นหรือกำลังเป็นแบบนั้นอยู่รึเปล่า..?

มีความฝันและความคิดดีๆ จำนวนมากมาย ที่ถูกละทิ้งอยู่กลางทาง..เพียงเพราะคำพูดที่เหนี่ยวรั้งของผู้อื่น

จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขาจึงได้พบว่า สิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จากการถักทอและทำให้เกิดขึ้นจริงโดยใครบางคน..ซึ่งเชื่อเสียงจากภายในของตัวเอง และลงมือทำอย่างจริงจัง

อย่าให้เป็นเพียงความคิด ต้องลงมือทำ..จงฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง

กำแพงและเสียงจากภายใน

อย่ามองแต่ที่กำแพง แล้วกักขังตัวเองไว้ มองที่เป้าหมาย แล้วหาทางเดินทะลุ หรือไม่ก็ปีนข้ามกำแพงไปเลย

อย่าปล่อยให้เสียงของใคร ดังกว่าเสียงในใจของเราเอง ถ้าตั้งใจทำอะไร จงลงมือศึกษาและเริ่มทำ อย่าให้ ‘เสียงสงสัย’ และ ‘เสียงวิพากษ์วิจารณ์’ ของคนอื่นมาฉุดรั้งเราไว้

ยิ่งขาดแคลน ยิ่งได้เปรียบ

ข้อจำกัดคือแรงผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง เนื่องจากเราต้องใช้พลังสมองมากกว่าปกติ ใช้ข้อจำกัดให้เป็นพลัง อย่าให้เป็นข้ออ้าง

J. K. Rowling ใช้เวลาสานความฝันในการเขียนหนังสือ Harry Potter ขณะที่กำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่ยากลำบาก และต้องพึ่งสวัสดิการรัฐเพื่อการยังชีพ

มีดีแล้วต้องอวด

มีความฝันและความคิดดีๆ แล้วก็ต้องรู้จัก ‘อวดดี’ คือต้องพูดให้เป็น นำเสนอให้ถูก ..กับผู้ที่สามารถช่วยเหลือและสนับสนุนเราในการสานความฝันให้กลายเป็นจริง

  • พูดให้กระชับ..ประมาณ 10% ของข้อมูลทั้งหมด เน้นเฉพาะส่วนที่เป็นไฮไลท์ (Highlight) อีก 90% ที่เหลือคือข้อมูลสำหรับตอบคำถาม
  • เล่าเรื่อง (Storytelling) ให้เป็น เรื่องดีๆ คือเรื่องที่ถูกเล่าและถ่ายทอดได้ดี ในทางตรงกันข้าม..แม้ตัวเรื่องจะดีแค่ไหน ถ้าวิธีเล่าไม่ได้ดี ก็ไม่มีใครฟังและกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจ
  • ตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า “ทำไม” เขาต้องมาฟังสิ่งที่เราพูด (เขาจะได้อะไรจากการที่สนับสนุนและช่วยเหลือเรา)
  • บทสนทนาคือ การที่ทั้งสองฝ่ายได้พูดแลกเปลี่ยน อย่าพูดแต่สิ่งที่เราอยากพูด ให้สังเกตุคนฟังว่าเขาต้องการฟังอะไรในตอนนั้นด้วยเช่นกัน

สมุดบันทึกบทเรียน

ทุกสิ่งที่ลงมือทำ ไม่ว่าสำเร็จ หรือยังไม่สำเร็จ ต่างก็คือการเรียนรู้ ไม่ใช่ความล้มเหลว

มีสมุดไว้บันทึก ‘บทเรียน’ ..ให้บันทึกสิ่งที่ผิดพลาด สิ่งที่เรียนรู้จากความผิดพลาด แนวทางที่จะทำให้ดีขึ้น และข้อควรระวังที่จะทำให้ไม่ผิดพลาดซ้ำอีก

มีความจดจ่อ (Focus) อย่าหลงใหลแสงสีเสียงของโครงการใหม่ๆ ที่ยั่วยวนใจ เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ ฝันให้ไกลในสิ่งที่ใช่จริงๆ แล้วจดจ่อกับสิ่งนั้น  การมีโครงการเยอะทำให้ต้องกระจายเวลา และทรัพยากรไปทำหลายอย่าง สุดท้ายอาจไปไม่ถึงฝั่งฝันสักอย่าง

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง บันทึกสิ่งที่เรียนรู้ เเละปรับปรุงต่อเนื่อง
วิเคราะห์เเละบันทึก

คิดนอกกรอบ

พยายามมองหาวิธีการใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไป หลีกเลี่ยงการเดินซ้ำบนรอยทางของผู้อื่น โดยเฉพาะคนทำสำเร็จแล้วในเรื่องที่เรามีความฝัน เพราะพวกเขาจะมีทรัพยากร และข้อได้เปรียบอื่นๆ ที่มากกว่า

ล่าควายป่าทั้งผูง โดยไม่ใช้อาวุธแม้แต่ชิ้นเดียว

“..สมัยก่อนการล่าควายป่านั้น เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เนื่องจากมันเป็นสัตว์ใหญ่ที่มีสัญชาตญาณในการป้องกันตัวสูง เคลื่อนที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือการอยู่รวมกันเป็นฝูง ..แต่ชนเผ่า Blackfoot สามารถล่าฝูงควายป่าด้วยการคิดกลยุทธ์ที่แตกต่างอย่างชาญฉลาด ด้วยการปลอมตัวในชุดหมาป่าซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติของควายป่า เมื่อควายป่าเห็น ก็เข้าใจว่าเป็นหมาป่า ทำให้วิ่งหนีตามๆ กันไปตามเส้นทางที่ชนเผ่า Blackfoot วางไว้ ซึ่งก็คือช่องแคบที่นำไปสู่หน้าผา ..โดยไม่ต้องใช้อาวุธเหมือนพรานป่าที่เก่งกาจแม้แต่ชิ้นเดียว ควายป่าทั้งฝูงก็ลงไปนอนแน่นิ่งอยู่ด้านล่าง”

บริหารเวลา

คนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่คนที่ประสบความสำเร็จจะใช้มันได้เก่งกว่า

แต่ละวันเราจะเจอเรื่องต่างๆ อยู่ 4 ประเภท ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ‘ความสำคัญ’ และ ‘ความเร่งด่วน’

อะไรที่ ‘สำคัญ+เร่งด่วน’ ให้ทำก่อน

อะไรที่ ‘สำคัญ+ไม่เร่งด่วน’ ให้วางแผนให้ดี เพราะถ้าเราละเลย..มันจะกลายเป็นเรื่องสำคัญ+เร่งด่วน ในอนาคต

เรื่องที่ ‘ไม่สำคัญ+เร่งด่วน’ ก็กระจายงาน หรือให้คนอื่นทำแทน

สุดท้ายสำหรับเรื่องที่ ไม่สำคัญ+ไม่เร่งด่วน ก็ทิ้งไปซะ

อยู่กับปัจจุบัน ทุ่มเทร่างกายและจิตใจลงไปกับสิ่งที่จะช่วยสานฝันของเราให้กลายเป็นจริง  มีวินัยในตัวเองด้วยการปฎิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเข้มงวด จัดลำดับความสำคัญและจดจ่อกับมัน ในหนึ่งวันไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง แต่ต้องทำเรื่องสำคัญให้เสร็จ

ความสำเร็จวัดกันในช่วงเวลาที่ไม่มีใครเฝ้าดู

อย่าอยู่เฉยๆ แล้วทึกทักเอาเองว่า สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นได้เองโดยอัตโนมัติ หรือใส่ความพยายามแบบครึ่งๆ กลางๆ แล้วปลอบตัวเองว่าชีวิตต้องเดินทางสายกลาง (ซึ่งเป็นการใช้คำพูดในความหมายที่ผิด)

ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง ด้วยการสร้างนิสัยที่ดี และกิจวัตรที่เหมาะสม

  • พักผ่อนให้ถูกต้องและเพียงพอ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากมักเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม แล้วตื่นแต่เช้าอย่างกระปรี้กระเปร่า
  • ออกกำลังกายอย่างพอดีและสม่ำเสมอ
  • นั่งสมาธิ ซึ่งมีประโยชน์ในแง่การจัดสรรพลังงาน และการควบคุมอารมณ์
  • ทำงานในช่วง Prime Time คือตั้งแต่เวลาเริ่มงานถึง 11 โมงเช้า ทำในสิ่งที่เรียกว่า “The Thing Of The Day” คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของวัน
  • จัดสรรเวลาให้ครอบครัว รวมถึงสังสรรค์กับเพื่อนฝูงอย่างพอเหมาะพอควร
  • เพิ่มความ ‘รู้รอบ’ และ ‘รู้ลึก’ ด้วยการอ่านสือ หรือบทความดีๆ ทุกวันประมาณวันละ 30 – 60 นาที ..เพราะจะช่วยเปิดมุมมองและได้ข้อมูลใหม่ ที่จะช่วยในการสานความฝันของเรา ทั้งตรงและทางอ้อม
  • ใช้โซเชียลมีเดียให้น้อยลง และงดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ไฟที่ลุกโชติช่วงและแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ล้วนเริ่มต้นจากการจุดไฟเล็กๆ ทุกครั้ง..!

ฝันให้ไกล ..ไปให้ถึง ด้วยการจุดเปลวไฟเล็กๆ จากไม้ขีดไฟ ซึ่งคือสิ่งเล็กๆ หรือทรัพยากรที่เราพอมีอยู่ในมือ ทำด้วยความตั้งใจตั้งแต่วันนี้ อย่ามัวแต่รอ..เพราะไม่เคยมีวันไหนที่พร้อมที่สุด มีเพียงแต่วันนี้ที่เราจะเริ่มนับหนึ่งในการเปลี่ยนฝันให้กลายเป็นจริง

หนังสือ: อย่าปล่อยให้ใครฆ่าวาฬของคุณ

.

ร้านหนังสือ [Bookshops]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>