อ่านใจคน

อ่านใจคน
อ่านใจคน แล้ววนมาดูใจเรา
เเชร์ (Share)

อ่านใจคน แล้ววนมาดูใจเรา

โดยพฤติกรรมทั่วไป มนุษย์เรามักจะมีแนวโน้มในการเชื่อคนที่เพิ่งรู้จักเกี่ยวกับสิ่งที่เขาพูดหรือสิ่งที่สื่อจากการกระทำบางอย่าง มากไปกว่าการที่จะพยายามสังเกตตัวตนที่แท้ของคนๆ นั้น โดยเฉพาะการที่ได้เจอกันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้รู้จักกันในเบื้องต้นผ่านสื่อดิจิตอลหรือออนไลน์(online) ในยุคสมัยนี้

ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้เลยว่าคนที่กำลังอยู่ตรงหน้าอาจจะกลายเป็น เนื้อคู่ เพื่อนสนิท ผู้ช่วยเหลือ หรือในทางตรงกันข้ามคือเป็น ศัตรูคู่อริ หรือผู้ที่กำลังจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์บางอย่างในอนาคต  คนส่วนมากมักจะเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าที่เพิ่งได้เจอกัน และบางทีก็เชื่อมากกว่าคนที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว..!

ในเชิงจิตวิทยา มีการกล่าวถึงเรื่องนี้ผ่านทฤษฎีที่เรียกว่า ทฤษฎีพร้อมจะเชื่อใจคนอื่น (Truth Default Theory) ซึ่งเป็นการทดลองที่พิสูจน์ให้เห็นว่า คนเรามักจะเชื่อใจคนที่เพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรก แม้ว่าบางครั้งคำพูดเหล่านั้นจะเป็นการโกหกต่อหน้าต่อตา (จากการมองของผู้สังเกตการณ์) …จนกระทั่งเมื่อถึงจุดหนึ่ง จึงเริ่มเกิดการเปลี่ยนใจ ยอมรับความจริง เมื่อมีเหตุการณ์ หลักฐาน หรือคำพูดบางอย่างหลังจากนั้นที่ได้ชี้ให้เห็นชัดว่า เป็นการกระทำเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ที่มากไปกว่าการแสดงออกในตอนแรก

แม้กระทั่งบุคคลที่มีอาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องกับการค้นหาความจริงอย่าง ตำรวจ ผู้พิพากษา และนักบำบัด ก็ไม่ได้มีความสามารถพิเศษไปกว่าคนธรรมดาทั่วไปในการจับโกหก พวกเขายังคงต้องอาศัยกระบวนการและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์บางอย่างในการสืบค้นหาข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์และนำไปสู่ข้อสรุปที่ถูกต้อง นั่นเป็นเพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงมีสัญชาตญาณแห่งการรวมกลุ่ม และเปิดรับกับการรู้จักกับคนใหม่ๆ และมีแนวโน้มที่จะมองว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องดีรวมถึงตัดสินคนที่เพิ่งรู้กันในแง่ดีก่อนเสมอ

แต่แล้วความดีในจิตใจคน กลับถูกนำไปใช้ในการแสวงหาผลประโยชน์จากคนบางประเภท ด้วยการสร้างภาพ การหลอกลวง การชักนำ ที่มีอยู่ทั้งในระดับของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล จนกระทั่งถึงอาชญากรรมประเภทต่างๆ ซึ่งผู้ไม่ประสงค์ดีจะใช้หลักจิตวิทยาในการพูดคุยและชักนำให้ “คล้อยตาม” เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องการ เป็นการแสวงหาผลประโยชน์บนความดีและความเมตตาของผู้อื่น (Abuse of Kindness)

ในสภาพสังคมปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจึงควรเพิ่มความระมัดระวังกับคนที่เพิ่งรู้จักหรือคนแปลกหน้า โดยเฉพาะกับคนที่พูดจาและแสดงทีท่าที่ดีกับเรา “มากเป็นพิเศษ” ในการพบกันตั้งแต่ครั้งแรก ให้คอยเตือนตัวเอง ให้มองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าด้วยเหตุและผล ดูอย่างเป็นกลางๆ ให้ได้มากที่สุด 

มารยาท กับ มารยา

เมื่อพบกันครั้งแรก เราควรเริ่มต้นด้วยความสุภาพและมารยาทที่ดี สร้างความผ่อนคลาย เป็นกันเองตามความเหมาะสม เป็นผู้ฟังที่ดี จับสาระสำคัญที่อีกฝ่ายพูดให้ได้รวมถึงภาษากาย เน้นสร้างไมตรีจิตที่ดี แต่อย่า “ถลำ” ลงไปในอารมณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอารมณ์ที่รู้สึกว่า  

“..ประทับใจมากเป็นพิเศษ..”  

“..ชอบสุดๆ..”  

“..ดีมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน..”  

ให้รับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้น อย่างผู้มองเห็นอารมณ์ตัวเอง แต่อย่าถลำตามอารมณ์เหล่านั้นไป

..90 % ของการฟ้องร้องในคดีแพ่งที่เกี่ยวกับเรื่องการฉ้อโกง มีจุดเริ่มมาจากความประทับใจใน มารยาทและสิ่งต่างๆ ที่ถูกหยิบยื่นให้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ โดยที่ผู้เสียหายเหล่านั้นมิเคยรู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นแท้จริงแล้วคือ มารยาและการสร้างภาพ..”

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการรู้จักกัน ไม่ต้องเครียดหรือกังวลมากเกินไป เพียงแต่เตือนใจให้ตัวเองรับรู้เบาๆ อยู่ตรงกลางระหว่างสิ่งที่อาจเกิดขึ้นทั้งในแง่ดีและในทิศทางตรงกันข้าม แค่ศึกษาแต่ยังไม่ต้องตัดสิน เปิดใจรับด้วยไมตรีจิตแต่ยังไม่ต้องสรุปอะไร การรู้จักกันเพิ่งเริ่มยังต้องใช้ “เวลา” ในการที่จะ อ่านใจคน และที่สำคัญก็ต้องวนมาดูใจเราด้วย ในช่วงนี้ให้ใช้เหตุผลนำหน้าความรู้สึก ให้ตัวเราเป็นเพียงผู้ดูเพื่อข้ามความรู้สึกและการตัดสิน

อ่านใจคน การกระทำหรือการเเสดง
การกระทำหรือการเเสดง

ตัวตนที่แท้จริง

อยากจะรู้จักตัวตนของคน ต้องดูตอนที่เขาไม่รู้ตัว อาจลองสังเกตดูตอนที่เขาไม่เห็นว่าเราอยู่ด้วย ลองดูเขาห่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการกระทำต่างๆ ที่เราเองไม่ได้เป็นคู่สนทนา หรือร่วมทำกิจกรรมนั้นๆ กับเขาโดยตรง

มีคนมากมายซึ่งเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง พูดน้อย และอาจจะไม่ค่อยมีสีสันก็เลยไม่ค่อยได้สร้างความสนุก ความประทับใจมากมายในการพบกันเป็นครั้งแรก เเต่มีความจริงใจ ตรงไปตรงมา เสมอต้นเสมอปลาย และกลายเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ หรือมิตรสหายที่ดีในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายคนซึ่งเป็น “นักสร้างความประทับใจ” แล้วต่อมาจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็น ความไม่ชอบมาพากล หรือแม้กระทั่งอาจสร้างความเสียหายให้กับเราภายหลังได้

การปฏิบัติต่อผู้ด้อยกว่า

การที่คนๆ นึงปฏิบัติต่อคนที่ด้อยกว่า สามารถบ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา และนั่นจะเป็นวิธีการเดียวกันกับที่เขาใช้กับเรา ตอนช่วงที่เราตกต่ำ หรืออาจไม่ได้อยู่ในสถานะที่เขาสามารถแสวงหาผลประโยชน์ได้อีก

เขาจะเห็น คนที่อยู่ในสถานภาพใกล้เคียงกันเป็นเพื่อนเพื่อคบหาสมาคม เห็นคนที่มีมากกว่าหรืออยู่สูงกว่าเป็นคนที่เขาต้องให้เกียรติ สร้างความพอใจ และเกรงใจเพื่อจะได้ไต่เต้าหรือแสวงหาผลประโยชน์ แต่กับคนที่อยู่ในสถานะที่ด้อยกว่า เขาจะมีความทะนงและถือเนื้อถือตัวว่าตัวเองเหนือกว่า รวมถึงอาจจะมองและพูดจาในเชิงเหยียด ให้เรารู้ไว้เลยว่า คนประเภทนี้จะมองคนที่เปลือกนอก เช่น ยศ ตำแหน่ง หน้าที่การงาน ฐานะ รวมถึงการแต่งกายเป็นหลัก ไม่ได้มองคนที่จิตใจหรือคุณค่าและความดีซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ขับเคลื่อนจากภายใน

การกระทำเหนือคำพูด

ค่อยๆ ดูไปครับว่า ความประทับใจและสิ่งดีๆ ที่เรารู้สึกกับคนใดคนหนึ่ง ต่อคำพูดและการแสดงออกในช่วงที่เพิ่งรู้จักกัน กับการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังว่าเป็นอย่างไร บางคนก็เป็นได้มากกว่าที่พูดจริงๆ ก็ถือเป็นเรื่องโชคดีที่เราได้มีโอกาสรู้จักกับ “คนจริง” แบบนี้ และก็อาจมีบางคราวที่ชีวิตเราต้องประสบพบเจอกับ “นักพูดและนักสร้างภาพ” ที่สามารถพูดถึงสิ่งต่างๆ ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ น่าเชื่อถือ โดยใช้วิธีทางจิตวิทยา คือพยายามหาจุดชมเชยผู้รับฟังก่อน แล้วจึงค่อยๆ หยอดใส่ความนึกคิดทีละน้อย และบ่อยๆ แล้วจึงชักจูงไปในแนวทางที่เขาต้องการ และเพื่อให้สมจริงสมจัง ก็อาจจะมีการกล่าวถึงประวัติส่วนตัว ความโดดเด่น อวดอ้างความสำเร็จและความดีซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ตกแต่งหรือสร้างขึ้นเอง อย่างมั่นอกมั่นใจ จนกระทั่งวันหนึ่งกาลเวลาก็ได้บอกเราว่า เขาคนนั้นแท้จริงแล้วคือใคร

อ่านใจคน ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การมองคนพลาด เข้าใจคนผิด เกิดขึ้นทุกวัน และมีมานานนับเป็นพันปี จุดอ่อนนี้มาจากปัญหาเพียงข้อเดียวคือ เราไม่ได้ทำความรู้จักกับ”คนที่เราไม่รู้จัก” อย่างที่ควรจะทำ งานวิจัยหลายๆ ชิ้น ได้ยืนยันตรงกันว่า จริงๆ แล้วใครพูดจริงหรือโกหก หรือใครเชื่อใจได้หรือเชื่อใจไม่ได้ บอกยากกว่าที่เราคิด

สิ่งที่พอจะทำได้ คือต้องใช้เวลาในการสังเกต ทั้งคำพูดและการกระทำ ของบุคคลที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย อย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่สำคัญคือ อย่าไปตามความคิด และความรู้สึกของเราในช่วงแรก แต่เน้นเรื่องของเหตุและผลเป็นตัวนำ เพื่อปกป้องและดูแลตัวเราเอง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เราเองต้อง เสียรู้ เสียใจ หรือแม้กระทั่งเสียหาย ทั้งในเชิงของชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>