คิดก่อนทำ

คิดก่อนทำ
เราไม่ได้ คิดก่อนทำ เสมอไปอย่างที่เราเข้าใจ
เเชร์ (Share)

คิดก่อนทำ

ในแต่ละวันเราต้องทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องธุรกิจการงาน รวมถึงการพบปะผู้คน และเพื่อนฝูง ที่น่าเป็นห่วงคือ ในหลายๆ สถานการณ์ เราเข้าใจว่าเรา ‘คิดแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจพูด หรือทำอะไรออกไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่เลย เราแทบไม่ได้คิดก่อนที่จะทำ เสมอไป อย่างที่เราเข้าใจ แต่เราจะคิดหลังจากที่ได้พูด หรือทำไปแล้ว คือคิด และหาเหตุผลหลังจากนั้น

“นี่ ไม่ต้องรีบขนาดนั้น ค่อยๆ คิดดูก่อน มีอีกตั้งหลาย….”

“ไม่อ่ะ ฉันคิดดีแล้ว”

“…!!!….“

คือเพื่อนที่คอยทักท้วง ยังพูดไม่จบเลย อีกฝ่ายก็รีบตอบสวนกลับขึ้นมาทันที ..อย่าว่าแต่คิดเลย ขนาดฟัง ก็ยังฟังไม่จบ ตัวเราเองล่ะ เคยอยู่ในเหตุการณ์ลักษณะนี้มากันบ้างไหมครับ..?

มีข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการไม่ได้คิดก่อนที่จะทำ ลืมคิด หรือ เผลอทำอะไรแบบไม่รู้ตัว ที่เกิดขึ้นอยู่มากมาย

ถูกชี้นำการกระทำ

โดยทั่วไป คนเราถูกชี้นำทางการกระทำได้ง่ายมาก

จากการทดลองด้วยการใส่คำว่า ‘บีบ’ ลงในวีดีโอที่กำลังฉายให้เห็นว่าคนกำลังบีบมือกัน ..คนที่เห็นคำว่า “บีบ” มีแนวโน้มจะบีบมือฝั่งตรงข้ามแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว  หรือจากการทดลองให้คนลองเรียงคำให้เป็นประโยคว่า “ฉันจะประหยัดมากขึ้น” เมื่อจบการทดลอง ผู้เข้าร่วมการทดลองมีแนวโน้มที่จะเลือกของตอบแทนที่มีราคาถูกมากกว่าของแพง

ช้อปปิ้งตอนท้องว่าง

การช้อปปิ้งตอนท้องว่าง จะทำให้เราซื้อมากเกินความจำเป็น และซื้อมากกว่ารายการที่ได้วางแผนไว้ เราจะซื้อเยอะเกินเมื่อเราหิว เราจะซื้อเพื่อชดเชยความรู้สึกหิว ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว การซื้อของเหล่านั้นเพิ่ม ไม่ได้ทำให้เราหายหิว เราทุกคนรู้ครับว่า ถ้าอยากหายหิว เราต้องทานอาหาร ไม่ใช่ซื้อของ แต่คนจะซื้อของมากขึ้นจริงๆ เวลาหิว เนื่องจากเราไม่ค่อยรู้เท่าทัน จิตใต้สำนึกของเราที่คอยสั่งงานเราอยู่ จริงๆ แล้ว มีหลายครั้งที่เราไม่ได้ คิดก่อนที่จะทำ

ตกหลุมรัก

เราไม่ได้หัวใจเต้นแรง เพราะตกหลุมรักใครบางคนเสมอไป บางครั้งเราตกหลุมรักใครบางคนตรงหน้าเพราะ หัวใจเรากำลังเต้นแรงอยู่..!

จากการทดลองที่ให้ชายหญิงเดินข้ามสะพานสูง ที่เชื่อมระหว่างสองผา พบว่าชายหรือหญิงที่เดินข้ามสะพานนี้มา รู้สึกว่าตัวเองประทับใจฝ่ายตรงข้ามที่รออยู่ปลายสะพานมากกว่าผู้ทดลองอีกกลุ่มที่ให้เดินข้ามทางธรรมดาปกติที่ไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไร ผลคือชายหญิงที่เดินข้ามสะพานสูงที่น่าหวาดเสียว มีอาการคล้ายกับการตกหลุมรักใครบางคนจนหัวใจเต้นแรง เลยทำให้ปิ๊งกับคนปลายทาง มีการขอเบอร์ติดต่อกันหลังจากนั้นมากกว่ากลุ่มที่เดินข้ามทางปกติ

คิดก่อนทำ
คิดหาเหตุผลทีหลัง

สีแดงแรงฤทธิ์

เราทุกคนจะดูน่าสนใจขึ้น ถ้าใส่เสื้อสีแดง อีกฝ่ายจะรู้สึกว่าคนนี้ต้องมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นๆ (อาจเป็นได้ทั้งแง่บวกและแง่ลบ) ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว คนที่ใส่เสื้อสีแดงอาจจะใส่เพื่อให้เข้ากับธีม (Theme) สีของงานเลี้ยงบริษัทในตอนเย็น ผลการทดสอบก็ออกมาชัดเจนครับว่า ‘สี’ มีผลต่อความรู้สึกและการแปลความหมายก่อนที่ ‘ความคิด’ จะเข้ามาทำงาน

เลียนแบบ

เราชอบให้คนอื่นเลียนแบบเรามากกว่าที่คิด จากการทดลองพบว่าพนักงานบริการตามร้านอาหาร ที่ทวนออเดอร์ของลูกค้า มีโอกาสได้รับทิปมากขึ้นถึง 1 ใน 3 และยังมีแนวโน้มว่าจะได้รับค่าทิปมากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยถึง 70% แค่ทวนออเดอร์อย่างเดียวนะครับ ไม่ได้ยิ้ม ดูแลเอาใจใส่ หรือบริการอะไรมากเป็นพิเศษกว่าธรรมดา..มีการทดลองว่าถ้าฝั่งตรงข้ามทำท่าทางเลียนแบบเราโดย ‘ไม่ให้เรารู้ตัว’ เราก็มีแนวโน้มว่าจะชอบเค้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน..!

ล้างมือบ่อย

ถ้าอยากรู้ว่าใครทำผิด ก็ให้สังเกตุว่าเขาล้างมือบ่อยแค่ไหน

จาการทดลองพบว่า เมื่อให้คนคิดถึงเรื่องแย่ๆ หรือเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ตัวเองเคยทำ คนเหล่านั้นจะอยากล้างมือมากกว่าและนานกว่าปกติ ทำไปด้วยจิตใต้สำนึกนะครับ ไม่ใช่ความคิด เพราะถ้าเขาใช้ความคิดหรือ คิดก่อนทำ เขาจะไม่ต้องล้างมือซ้ำกันบ่อยๆ ขนาดนั้น ซึ่งมันมากเกินความจำเป็น รวมถึงตอนที่ให้เลือกของรางวัลตอบแทนหลังการทดลอง ก็มักจะเลือกของที่เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ให้คิดถึงเรื่องไม่ดีที่ตัวเองเคยทำ

บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่อธิบายได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ บางเรื่องก็ยากเกินกว่าที่จะอธิบาย แต่ผลทดสอบก็ออกมาอย่างนั้นจริงๆ ว่าเราไม่ได้ทำอะไรอย่างมีสติ และคิดก่อนทำ อยู่ตลอด บ่อยครั้งที่เราหุนหันพลันแล่น และไม่รอบคอบอย่างที่ควรจะเป็น และที่สำคัญคือไม่รู้ตัว แต่เรามาให้เหตุผลกับตัวเองทีหลังว่า ทำไมเราถึงได้ตัดสินใจ พูด หรือทำอะไรอย่างนั้น

ในแต่ละวัน เราก็มีเรื่องวุ่นวายมากมาย ที่อาจทำให้เราต้องเร่งรีบ เพื่อที่จะทำกิจธุระต่างๆ ให้เสร็จสิ้น ทำให้หลายๆ ครั้ง ก็ทำอะไรออกไปแบบขาดความยั้งคิด และไม่รอบคอบเพียงพอ ในเรื่องเล็กน้อยคงไม่เป็นไร แต่สำหรับบางเรื่องที่มีความสำคัญ เราก็คงไม่อยากที่จะมาเสียใจภายหลังว่า เราไม่น่าที่จะต้องหุนหันพลันแล่นขนาดนั้น เราควรที่จะ คิดก่อนทำ

พยายามมีสติ ทำความรู้ตัวบ่อยๆ ครับ เวลาที่เราโกรธใครให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ จะทำให้กลับมามีสติรู้ตัว และสามารถจัดการกับอารมณ์ได้ดีขึ้น เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลย ข้อมูลที่มากเกินไปในสมองจะทำให้เราเป็นคนที่หงุดหงิดง่าย และมักขาดความยั้งคิด ยิ้มเข้าไว้ครับ ..คนที่ยิ้มบ่อยๆ จนเป็นนิสัย มักจะมีอารมณ์มั่นคง และมีสติรู้ตัวมากกว่า

หายใจเข้าออกลึกๆ และช้าๆ จะทำให้เรามีสติกลับมา และมีความรู้สึกตัวดีขึ้น เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมากก่อนที่จะตัดสินใจ พูด หรือทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ ลองนึกถึงผลการทดลองข้างต้นด้วยก็ดีครับ มันอาจจะช่วยทำให้เราเกิดความยับยั้งชั่งใจ รอบคอบขึ้น สามารถจัดการกับอาการ.. เผลอ ได้ดีขึ้นเพื่อที่เราจะได้ คิดก่อนทำ จริงๆ

.

-อนัตตา-

.

เนื้อหาเพิ่มเติมและหนังสือที่เกี่ยวข้อง

.

ร้านหนังสือ [BOOKSHOPS]

.

กดปุ่มเพื่อติดตาม

(Click to follow)


เเชร์ (Share)

<Reference list is on ABOUT US page>